อธิบดีปกครองเดือด! ภคมนพาดพิง หาว่าเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ลั่น “แบบนี้มันเกินไป” ยันแค่ทำ TOR ป้องกันทุจริต ก่อนถูกเด้งพ้นเก้าอี้
คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นยังลุกลามไม่หยุด ล่าสุด “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครอง ออกมาโต้กลับกรณีถูก น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พาดพิงว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดสอบที่กำลังถูกตรวจสอบ โดยยืนยันหนักแน่นว่า สิ่งที่ตนทำในฐานะอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีเพียงการปรับปรุงระบบจัดสอบให้รัดกุมและโปร่งใสมากขึ้นเท่านั้น
นายนฤชาระบุว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ผลักดันการจัดทำ TOR ฉบับใหม่ พร้อมดึง 5 หน่วยงานสำคัญเข้าร่วมลงนาม MOU ป้องกันการทุจริต ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. บก.ปปป. และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างกลไกตรวจสอบร่วมกันในทุกขั้นตอน
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการเปลี่ยนวิธีคัดเลือกผู้จัดสอบจากระบบเดิมที่ถูกวิจารณ์ว่าเปิดช่องให้ “จิ้มเลือก” ได้ มาเป็นการประกวดราคาแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Bidding เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากกรมบัญชีกลางด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตเพิ่มเติม ทั้งการแบ่งศูนย์สอบออกเป็นหลายพื้นที่ และกำหนดให้ตรวจข้อสอบทันทีหลังสอบเสร็จ เพื่อลดความเสี่ยงในการเข้าไปแก้ไขกระดาษคำตอบภายหลัง
อธิบดีกรมการปกครองย้ำว่า ตนมีหน้าที่เพียงลงนามประกาศผู้ชนะการเสนอราคาเท่านั้น ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาจัดสอบ เนื่องจากต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และตนถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ก่อนที่กระบวนการทั้งหมดจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
“ผมถูกโยกย้ายออกไปก่อน แล้ววันนี้กลับถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ทั้งที่ไม่เคยรู้จักคนที่ถูกกล่าวอ้าง ไม่ทราบว่ามีอคติอะไรกับผมหรือไม่ แต่แบบนี้มันเกินไป” นายนฤชากล่าว
พร้อมย้ำว่า กระบวนการทั้งหมดไม่ได้ดำเนินการโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการหลายฝ่าย และมีหน่วยงานด้านปราบปรามทุจริตเข้าร่วมตรวจสอบตลอดทุกขั้นตอน
เจ้าตัวยังทิ้งท้ายอย่างมีอารมณ์ว่า หากย้อนดูประวัติการทำงานของตน จะไม่พบพฤติกรรมทำนองนี้อย่างแน่นอน พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับการทุจริตใด ๆ และรู้สึกว่าในขณะนี้กำลังถูกพาดพิงไปแทบทุกเรื่องอย่างไม่เป็นธรรม
การออกมาโต้กลับครั้งนี้ ทำให้ประเด็นโกงสอบท้องถิ่นไม่ได้อยู่เพียงการสาวถึงขบวนการทุจริตเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นศึกปะทะทางข้อมูลระหว่างฝ่ายการเมืองกับอดีตผู้บริหารที่เคยรับผิดชอบการจัดสอบ ซึ่งสุดท้ายแล้วข้อเท็จจริงทั้งหมดคงต้องรอผลการสอบสวนจากหน่วยงานอิสระและพยานหลักฐานที่กำลังทยอยปรากฏออกมาในระยะต่อไป
NEWS1 รายงาน