รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.ชลบุรี เพื่อรู้จัก “โปรโก้” อดีตโปรกอล์ฟ ที่ชีวิตพลิกผันให้กลายเป็นคนพิการ แต่ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ เขาจึงลุกขึ้นสู้เพื่อมีอาชีพเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำหมูกรอบขาย
ย้อนกลับไป ก่อนที่ ชิษณะพงศ์ สวัสดีวรโชติ หรือโปรโก้ จะมายึดอาชีพทำหมูกรอบขาย เขาคือผู้ที่คลุกคลีอยู่กับอุปกรณ์กอล์ฟ เมื่อมีโอกาสได้เล่น เขาก็หลงใหลในกีฬาชนิดนี้ จึงพัฒนาทักษะจนเป็นนักกอล์ฟอาชีพ
“เริ่มต้นของการเล่นกอล์ฟ คือเข้าไปทำร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟในสนามไดรฟ์กอล์ฟ และทำร้านอาหารในสนามไดรฟ์กอล์ฟ พอมีเวลาว่างก็มาหัดไดรฟ์ หัดซ้อม หัดชิพ ดูชาวต่างชาติ ดูคนไทย ดูคนเก่งๆ ให้เขาสอนให้บ้าง ก็หัดเล่นมาเรื่อยๆ ในระหว่างนั้น ยังขายของร้านอาหาร ทำโปรช็อปขายอุกรณ์กอล์ฟกับพี่สาวพี่เขย ก็เล่นกอล์ฟมา ก่อนจะมาเป็นโปรได้ก็เกือบสิบปีนะ เล่นมาเรื่อยๆ จนได้เป็นโปร เป็นนักกอล์ฟอาชีพของสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ช่วงพีคๆ เคยไปออกแบบสร้างที่ประเทศโอมานได้ 2 ปี ไปออกแบบและสร้างสนาม เอาอุปกรณ์จากเมืองไทยไปทั้งหมดเลย เครื่องตัดหญ้า ทุกอย่างขนไปหมดเลย (ถาม-ประสบการณ์ชีวิตน่าสนใจมาก ทำงานในระดับนานาชาติมาด้วย?) เป็นผู้จัดการโรงแรม ทำมาหลายอย่าง”
ปี 2557 ร่างกายโปรโก้เริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพด้วยการปวดหลังร้าวลงขา“พอ 4 ทุ่มปุ๊บ ขาขยับไม่ได้ทั้งสองข้างเลย เฉียบพลันเลย”
ด้านอัฒฑ์ชาญาณี สวัสดีวรโชติ (แจง) ภรรยาโปรโก้ เล่าว่า“ไม่คิดว่าเขาจะป่วยด้วย เพราะเขาตื่นขึ้นมา เขาบอกว่ามีความรู้สึกขาอ่อนแรง เหมือนขาไม่มีแรง ก็เลยว่าไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง เขาก็เดินไปไหว้พระอยู่ หิ้งพระ ไหว้พระ และเดินมาอีกว่า เหมือนไม่มีแรง ถ้าอย่างนั้นไปนวดกันไหม เลยชวนไปนวด ไม่ดีกว่า ไปหาหมอดีกว่า”
แม้ป่วย ยังไม่รักษา ขอหมอแข่งกอล์ฟก่อน!
“ไปหาหมอเสร็จปุ๊บ หมอ ปวดหลังร้าวลงขามากเลย เผอิญจะมีแมตช์แข่ง เลยไปบอกหมอว่า อยากจะไปแข่งกอล์ฟ แต่ปวดหลังร้าวลงขา ช่วยฉีดยาหรืออะไรให้หน่อยได้ไหม จะไปแข่งกอล์ฟ หมอก็ฉีดยาให้ ก็ไปแข่งกอล์ฟ พอไปแข่งกอล์ฟกลับมาสักอาทิตย์ เป็นหนักขึ้นๆๆ ก็เลยต้องขับรถไป รพ.กับแฟน”
ทั้งนี้ ผลการตรวจพบว่า โปรโก้เป็นโรคไขสันหลังอักเสบเฉียบพลัน จากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งในที่สุด ส่งผลให้โปรโก้ถึงกับเดินไม่ได้“เปลี่ยนไปหมดเลย จากคนที่เดินได้ แล้วอยู่ดีๆ เดินไม่ได้ เลยรู้สึก มันใช่เรื่องจริงหรือ พี่แจงก็ยังงงว่ามันใช่เรื่องจริงหรือ เพราะอะไรทำไมมันถึงยกขาไม่ได้ มันถึงเดินไม่ได้”
การถูกโรคภัยเล่นงาน ไม่เพียงทำให้โปรโก้เดินไม่ได้อีกต่อไป แต่ยังทำให้ครอบครัวสูญเสียเสาหลักอย่างเขาที่เคยทำรายได้จากการสอนกอล์ฟถึงหลักแสนต่อเดือนลงทันที นับเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ เพราะภรรยาเพิ่งคลอดลูกสาวได้ไม่กี่เดือน
“สภาพจิตใจของโปร สภาพจิตใจของเรา จากคนที่เคยเดินได้ และมีคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการทำงาน ต้องเปลี่ยนปรับตัวเองใหม่เลย จากคุณแม่เลี้ยงลูก ก็ต้องลุกมาเป็นผู้นำ เพื่อที่เอาครอบครัวอยู่รอด เพื่อหาเงินรักษาโปรต่อ พี่แจงก็ออกไปทำงาน วิ่งนายหน้า เป็นนายหน้าวิ่งขายบ้าน ขายที่ดินให้ลูกค้า วิ่งทำงานทุกวัน เพื่อมีรายได้เลี้ยงครอบครัว ลูกๆ เราก็เอาไปฝากคนนั้นเลี้ยง คนนี้เลี้ยง เพราะ ณ ตอนนั้นเราไม่มีใครไง”
โปรโก้ ยอมรับ ท้อแท้ ทำใจยากกับการเดินไม่ได้ ทำงานไม่ได้“(ถาม-พูดถึงในวันที่เราสูญเสียการเคลื่อนไหว คนที่เป็นนักกีฬา จากอาชีพ กีฬาที่เรารัก วันนั้นสภาพจิตใจเป็นยังไง?) คิดถึงและท้อแท้ เพราะเป็นกีฬาที่เรารักมาก เล่นมาเป็นสิบๆ ปี แล้วกอล์ฟนี่ เล่นแล้วก็ติด ตีแล้วก็อยากไปแข่ง อยากไปเจอเพื่อน เวลาไปแข่งโปรทั่วประเทศก็จะมารวมตัวกัน ได้พบปะเพื่อนฝูง ได้แข่ง ได้ต่อสู้กัน เป็นเกมกีฬาที่สนุกมาก พอเราทำอะไรไม่ได้ มันคิดถึงและนึกน้อยใจในโชคชะตา”
“(ถาม-แล้วความยากที่สุดในการใช้ชีวิตตอนนั้นคือเรื่องไหน?) เรื่องอาชีพ การทำมาหากิน จากที่เราเคยมีรายได้ในระดับหนึ่ง เพราะปกติเมื่อก่อนสอนกอล์ฟชั่วโมงละ 1,500 วันหนึ่งก็ 3-5 คน แล้วเรามาทำอะไรไม่ได้เลย มันก็ท้อแท้เรื่องการใช้ชีวิต”
แม้พิการ ขอสู้เพื่อครอบครัว!
“ฟื้นฟู กายภาพ สู้มาตลอด ออกกำลังกายตลอด เพื่อที่หวังเล็กๆ อาจจะยืนโดยที่ไม่ต้องใช้วีลแชร์ (ถาม-พอ 5-6 ปี เราตกผลึกว่า มันไม่ไหวจริงๆ ได้แค่นี้ ตอนนั้นคิดว่าต้องทำอะไรต่อ?) ทำยังไงจะให้มีเงินเลี้ยงลูก ทำยังไงจะให้ลูกกับภรรยา บ้านที่อยู่อาศัย รถยนต์ เพราะไปไหนไม่มีรถยนต์ไม่ได้ เพราะเราเคลื่อนที่เคลื่อนตัวไม่ได้ เรื่องบ้านเรื่องรถที่อยู่อาศัย อาชีพ ก็นั่งคิดว่าต้องทำอะไรดี เพื่อให้ลูกกับภรรยาและตัวเรามีสิ่งพวกนี้ให้ได้”
“(ถาม-ในความคิดของโปร ใครคือคนที่สำคัญที่สุดทำให้เรากลับมาเข้มแข็ง ทำให้เราลุกขึ้นมาต่อสู้ได้?) ลูก ครอบครัว เขาก็ไม่ทอดทิ้งเรา ยังอยู่กินด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งกัน แม้กระทั่งเราเคยหาเงินได้ เราหาเงินไม่ได้ เดินไม่ได้ แต่เขายังอยู่เคียงข้างเรา ให้กำลังใจเรา ลูกก็ไม่อายที่มีพ่อเป็นแบบนี้”
ลองผิดลองถูกมาหลายอาชีพ ถูกโกงก็มี!
“ตอนป่วยใหม่ๆ อยากสร้างรายได้นะ ทำถั่วทอดสมุนไพร ทอดๆๆ ใส่ถุงๆ เอารถยนต์วิ่งไปส่งกับภรรยา ช่วยกันส่งตรงนั้นตรงนี้ หาคนรู้จักหาเพื่อนฝูง ช่วยอุดหนุนหน่อย วิ่งไปส่งกันไป พอถั่วทอดพักหนึ่งก็เปลี่ยน เปลี่ยนมาทำน้ำพริกกากหมู ก็ขายดีนะ เผอิญโควิดมา ช่วงเคอร์ฟิว ออกจากบ้านเวลานั้นเวลานี้ไม่ได้ มันก็ยากลำบากในการที่จะส่ง ก็เลยหยุดไป กับแฟนช่วยกันทำ เขาก็ทำงานประจำของเขา พอเลิกขายน้ำพริกกากหมู กลับมานี่อีก มาขายลอตเตอรี่ได้พักหนึ่ง ขายได้สักปีหนึ่ง ซื้อมาขายไป ซื้อมาส่งบ้างเป็นซาปั๊วนะ ซื้อมาก็มาขายส่งบ้างขายเองบ้าง โดนโกงไปอีก 3 แสนกว่าบาท เงินก็ยิ่งมีน้อยอยู่ อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาเพื่อทุนชีวิตลูกกับภรรยา ดันมาโดนโกงไปอีก”
ลองทำหมูกรอบขาย แต่ไม่ง่าย!
“เริ่มทำหมูกรอบหลังจบเรื่องลอตเตอรี่ไปแล้ว กระแสร้านขายของที่จอมเทียนกำลังดัง เขาเรียกจอมเทียนสตรีทฟู้ด พอมันเริ่มดังขึ้นมา เราก็มองแนวทางว่า เอ๊ะ เราทำหมูกรอบไปขายจะดีไหม ปรึกษาแฟน แฟนบอกไม่น่าทำหรอก เราบอกทำเถอะ มันจะยากหน่อย เพราะทำยาก และไม่ค่อยมีใครทำ ความรู้ที่มีอยู่ สมัยก่อนเป็นเชฟ ลองซื้อมาทำ 4-5 โล ทำเสร็จปุ๊บ เอาใส่รถยนต์ไปเปิดท้ายขายของ เราก็นั่งบนฟุตปาธบนวีลแชร์ เทศกิจก็มาไล่ ไม่รู้จะยังไง ก็สู้ๆ”
ด้านภรรยาชวนให้เลิกทำ เพราะลูกค้าบอกไม่กรอบ ไม่อร่อย“ช่วงนั้นหมูแพงมาก แล้วเราก็ไปค้นหาหมูตามตลาดมา มาทำแล้วมันไม่ได้ดั่งใจ เราลองทำอยู่ 2-3 ที แล้วออกตลาดขาย โดนคอมเมนต์ โดนเขาว่าไม่กรอบเลย เหนียว ไม่เห็นอร่อยเลย พี่แจงเป็นคนใส่ตะกร้าขาย กลับมา มีแต่คนว่า ติ ไม่อร่อย ไม่กรอบ เลิกขายเถอะ ทำอย่างอื่นดีกว่าไหม”
แม้โดนลูกค้าตำหนิ ไม่ถอดใจ พยายามปรับปรุงใหม่“เอาใหม่ ทำใหม่ ค้นสูตรใหม่ เราก็ลุยกับเขาอีก ค้นสูตรใหม่ พอวันหลังเราก็ได้ร้านหมูที่ดี แล้วเขาก็ปรับสูตร ปรับไฟ ปรับอะไรของเขา จนอยู่ทุกวันนี้”
จากใช้รถยนต์เปิดท้ายขายหมูกรอบ สู่รถพ่วงข้าง!
“เอารถไปเปิดท้ายขายของ มันต้องไปทั้งครอบครัว ใช้เวลา และมันเปลืองเวลาสำหรับคนอื่น ถ้าไปคนเดียวปุ๊บ คล่องตัวกว่าเยอะ (ถาม-เลยเป็นที่ของหมูกรอบรถพ่วงข้าง?) ใช่”
ด้านธนภูมิ พุทธชาติ (จิมมี่) ลูกชายโปรโก้ วัย 18 วันนี้ไม่ใช่แค่เรียน แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการช่วยพ่อทำหมูกรอบด้วย
“เรียนรู้จากพ่อ ตอนที่พ่อเริ่มทำใหม่ๆ แกก็ฝึก ผมก็ฝึกมาเรื่อยๆ จนลักจำ แกก็สอนด้วย ลองทำเองด้วย (ถาม-จิมมี่มีหน้าที่ทำหมูกรอบในครัว พ่อมีหน้าที่ไปขาย?) ใช่ พ่อทำน้ำจิ้ม น้ำจิ้มผมยังไม่ได้ทำ เพราะมือยังไม่มั่นคงพอ (รสชาติยังไม่ได้ที่) ใช่ (ถาม-พ่อออกไปขาย วันหนึ่งขายกี่ชั่วโมง?) แล้วแต่วัน บางวันแกออกไวหน่อยก็ 2 ทุ่ม บางทีก็ ถ้าขายไม่ค่อยดี ก็กลับเช้า”
สำหรับโปรโก้แล้ว เมื่อขายไม่หมด ก็พร้อมสู้ให้เหลือน้อยที่สุด“โดยปกติเมื่อก่อนก็ออกจากบ้าน 4-5 โมงเย็น ออกไปขายแล้ว กลับบ้าน 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตี 1 เดี๋ยวนี้ 1 ทุ่ม 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม แล้วแต่บางวัน กลับเกือบเช้า 7-8 โมงเช้า (ถาม-ทำไมเราถึงขายขนาดนั้น ขายดีลูกค้าเยอะหรือ?) ไม่ได้ขายดี ขายไม่หมด ก็ต้องสู้ต่อไป เอาให้มันเหลือน้อยที่สุด เอาเงินกลับบ้านดีกว่าเอาหมูกลับบ้าน”
“ช่วงนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงในเรื่องของรายได้ รายได้ลดลงเยอะมาก เนื่องจากเป็นโลว์ซีซั่น เพราะเราอยู่เมืองพัทยา เป็นเมืองปราบเซียน ถ้าเป็นโลว์ซีซั่น ก็จะค้าขายยากลำบากมาก ก็ต้องหาวิธีต่อสู้กับวิกฤตตรงนี้ ทำยังไง เลยเปิดแกร็บขายที่บ้าน เป็นเดลิเวอรี่ส่ง (ถาม-แทนที่จะไปเร่ขาย?) ขาย 2 ทาง ออนไลน์ด้วย (ถาม-อะไรคือความสุขที่สุดของการขายหมูกรอบทุกวันนี้?) ทอดให้ร้อน ลูกค้าชิมแล้วกรอบ อร่อย ลูกค้าชม”
หากท่านใดต้องการอุดหนุนหมูกรอบอินดี้ของโปรโก้ ติดต่อได้ที่ 098-782-5429 หรือช่องทางเดลิเวอรี่ หรือเพจเฟซบุ๊ก ร้านหมูกรอบอินดี้
คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“เมื่อโปรกอล์ฟนั่งวีลแชร์”
https://www.youtube.com/watch?v=gEA7xQRzWt8
ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)
หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos