xs
xsm
sm
md
lg

"ส.ส.ร.50" แถลงการณ์จี้ กกต.เร่งส่งคดีฮั้วเลือก สว.ให้ศาลฎีกา เตือนปล่อยยืดเยื้อเกิดวิกฤตศรัทธา แถมติดคุกเหมือนอดีต กกต.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ออกแถลงการณ์เรียกร้อง กกต.เร่งส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว.ถึงศาลฎีกาโดยเร็ว เตือนหากปล่อยให้ สว.ที่ถูกตั้งข้อครหาทำหน้าที่ต่อไป จะกระทบถึงการแก้รัฐธรรมนูญ การกลั่นกรองกฎหมาย การสรรหาองค์กรอิสระ เกิดเผด็จการรัฐสภา เตือนจะซ้ำรอยอดีต กกต.ที่ถูกดำเนินคดีจนถูกตัดสินจำคุก

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2550 นำโดย นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายวิชา มหาคุณ นายมานิจ สุขสมจิตร ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งบังคับใช้กฎหมายและดำเนินการกรณีข้อกล่าวหาการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า ขณะนี้ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ชุดปัจจุบัน จากข้อครหาเรื่องการบล็อกโหวตและการทุจริตเชิงโครงสร้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อระบอบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยของไทย

แถลงการณ์ระบุว่า หากวุฒิสภาถูกครอบงำโดยกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองที่สามารถควบคุมเสียงของ สว. ได้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออำนาจหน้าที่สำคัญของวุฒิสภา 3 ด้าน ได้แก่ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ การพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย และการให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งในองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจทำให้ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอ่อนแอลง และนำประเทศไปสู่ภาวะที่เรียกว่าเผด็จการรัฐสภา

สมาชิก ส.ส.ร. 2550 ยังแสดงความกังวลว่า ในช่วงเวลานี้มีการเสนอชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งเพิ่มเติม ขณะที่การพิจารณาให้ความเห็นชอบยังต้องผ่านวุฒิสภาชุดที่กำลังถูกตั้งข้อครหา จึงอาจทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยถึงความเป็นอิสระของ กกต. และอาจถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับการพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว.

แถลงการณ์จึงเรียกร้องให้ กกต. เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใส พร้อมย้ำว่า กกต. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติ ตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งให้อำนาจ กกต. ในการดำเนินคดีเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าการเลือก สว. เป็นไปโดยไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม

สมาชิก ส.ส.ร. 2550 ระบุทิ้งท้ายว่า หาก กกต. เพิกเฉยต่อพยานหลักฐานและข้อกฎหมาย จนปล่อยให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามาจากการฮั้วเลือก สว. ยังคงทำหน้าที่เกี่ยวกับการออกกฎหมาย การให้ความเห็นชอบบุคคลในองค์กรอิสระและองค์กรตุลาการ ตลอดจนตำแหน่งสำคัญของประเทศ จะยิ่งทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อหลักนิติรัฐและนิติธรรมอย่างรุนแรง

พร้อมกันนี้ สมาชิก ส.ส.ร. 2550 ยืนยันว่า มีความปรารถนาเห็น กกต.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง เที่ยงธรรม โปร่งใส และไม่ต้องประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับอดีตกรรมการการเลือกตั้งบางรายที่เคยถูกดำเนินคดีอาญาและได้รับโทษจำคุกจากการปฏิบัติหน้าที่ในอดีต

รายละเอียดแถลงการณ์

แถลงการณ์สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐

เรื่อง ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งบังคับใช้กฎหมายก่อนที่กลไกขององค์กรนิติบัญญัติและองค์กรอิสระถูกแทรกแซงอย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยการจัดการผู้กับกระทำความผิดกฎหมาย ในการฮั่วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

เรียน ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการการเลือกตั้ง

ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ซึ่งมีข้อครหาอย่างร้ายแรงเรื่องการบล็อกโหวตและการทุจริตเชิงโครงสร้าง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งตระหนักถึงความเสียหายร้ายแรงย่อยยับที่เกิดขึ้นต่อระบอบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย หากสภาสูงแห่งนี้ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลหรือการครอบงำของกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่สามารถจัดการบล็อกโหวตและมีอำนาจเหนือสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้การปล่อยให้เกิดการครอบงำต่อกลไกของระบอบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่ออำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของวุฒิสภาทั้ง ๓ ประการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะนำพาประเทศไปสู่ "เผด็จการรัฐสภา" อย่างแท้จริงกล่าวคือ:

* การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ: ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ต้องอาศัยเสียงเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ (๖๓๗เสียง) ซึ่งหากมีการครอบงำวุฒิสภาโดยกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใด ก็จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องหยุดชะงักถูกแช่แข็ง หรือมีการแก้ไขโดยบิดเบือนหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะกลุ่ม ทำลายระบอบประชาธิปไตยหรือหลักนิติรัฐโดยประเทศชาติและประชาชนได้รับความเสียหาย

* การพิจารณากลั่นกรองกฎหมายในรัฐสภา:จะมีการถูกบิดเบือนอำนาจนิติบัญญัติที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติประประชาชน ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติจะขาดการกลั่นกรองที่เที่ยงธรรมจากผู้ทรงคุณวุฒิที่หลากหลาย กลายสภาพเป็น"สภาตรายาง"ที่คอยผ่านกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนหรือกลุ่มอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง อีกทั้งพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีจำนวนมหาศาล จะถูกฉ้อฉลงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน ให้กลายเป็นผลประโยชน์ของนักการเมืองกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง พรรคการเมือง และกลุ่มทุนธุรกิจการเมือง ซึ่งหากพรรคการเมืองใดที่ครอบงำวุฒิสภาได้และเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ประเทศจะเกิดสภาพขาดระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) โดยสิ้นเชิง

* การให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่อำนาจในองค์กรอิสระ: องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจได้แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งข้าราชการระดับสูงที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายกำหนดให้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา จะถูกครอบงำและถูกทำให้กลายเป็นระบบต่างตอบแทน มีการคัดเลือกคนของกลุ่มตนเองเข้าไปนั่งในองค์กรตรวจสอบ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือปกป้องพวกพ้องและทำลายผู้เห็นต่าง จนระบบนิติรัฐและนิติธรรมพังทลาย

ประเด็นสำคัญเร่งด่วน: ในขณะนี้มีบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นกรรมการการเลือกตั้งเพื่อทดแทนคนเดิมในจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และกำลังได้รับการเลือกสรรและให้ความเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดที่มีข้อครหาและปัญหาข้างต้น ซึ่งอาจทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยและกล่าวหาได้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมี "ส่วนได้ส่วนเสีย" หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับการพิจารณา คดีฮั่วการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้องเกียรติศักดิ์ และจะเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของกรรมการการเลือกตั้งทุกท่าน จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องเร่งพิจารณาส่งเรื่องและพยานหลักฐานให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรม และโปร่งใสต่อสายตาประชาชน

พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญตามรัฐธรรมนูญ และกรอบกฎหมายที่มีอยู่โดยไม่มีข้อยกเว้นอาทิ:

(๑) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งพ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา๒๖ ซึ่งบัญญัติให้กรรมการการเลือกตั้งแต่ละคนต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาโดยใช้อำนาจหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวง

(๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ.๒๕๖๑ ให้อำนาจเด็ดขาดแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภามีความไม่สุจริต และไม่เที่ยงธรรม

(๓) ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาดจะต้องถูกนำมาใช้เพื่อเร่งรัดความยุติธรรม ส่งคดีสู่ศาล ไม่ใช่ใช้เป็นกลไกเพื่อยื้อเวลาหรือเตะถ่วงคดี

หากท่านเลือกที่จะเพิกเฉยต่อหลักฐานและข้อกฎหมาย ปล่อยให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการฮั้วและบล็อกโหวต ทำหน้าที่ควบคุมกฎหมาย องค์กรอิสระ องค์กรศาล อัยการสูงสุด องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ประชาชนจะเสื่อมศรัทธาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะส่งผลกระทบอันร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศชาติอย่างไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้

สมาชิกสภารัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มีความปรารถนาที่จะเห็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็วถูกต้อง เที่ยงธรรมตรงไปตรงมาและโปร่งใสและไม่อยากเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้ต้องประสบชะตากรรมเฉกเช่นเดียวกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในอดีตที่ต้องได้รับโทษทางอาญาโดยถูกจำคุก

สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐
วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙

๑. รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
๒. ศ.วิชา มหาคุณ
๓. นายมานิจ สุขสมจิตร
๔. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์
๕. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์
๖. อาจารย์ คมสัน โพธิ์คง
๗. ดร.อภิชาติ คำดี
๘. ผศ. พรรณราย แสงวิเชียร
๙. รศ.รุจิรา เตชางกูร
๑๐. นส.อลิสา พันธุศักดิ์
๑๑. ศ. ดร. เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์
๑๒. รศ.ดวงสุดา เตโชติรส
๑๓. ดร.กฤษฎา ให้วัฒนานุกูล
๑๔. ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์
๑๕. ดร.ปริญญา ศิริสารการ
๑๖. ดร.วีนัส ม่านมุงศิลป์
๑๗. นส.พวงเพชร สารคุณ
๑๘. นายสมเกียรติ รอดเจริญ
๑๙. นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร
๒๐. นายชาลี กางอิ่ม
๒๑. นาย ช ชัยนาท ศรีเสมาเมือง
๒๒. นายรัฐ ชูกลิ่น
๒๓. นายสมยศ สมวิวัฒนชัย