xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภาชี้ทางออก “เปลี่ยนแม่ทัพภาค 4 -เลขาฯ สมช.” หลังไฟใต้ลุกลาม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวภาคใต้ - ไฟใต้ลุกลามและรุนแรง สว.ไชยยงค์ โฆษก กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ชี้ทางออก คือเปลี่ยนแม่ทัพภาคที่ 4 และเลขาธิการ สมช. เพราะนโยบายดับไฟใต้ล้มเหลว

วันนี้ (28 มิ.ย.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองกำลังติดอาวุธขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น ได้ก่อเหตุถี่ๆ และลุกลามทั้ง 3 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ปัตตานี รุนแรงมากขึ้น มีการก่อเหตุวันละ 4-5 เหตุการณ์ต่อวันเช่น ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.มีเหตุการณ์คนร้าย พร้อมอาวุธสงคราม ปิดถนนสายยะลา-เบตง ปล้นรถบรรทุก และวางเพลิงเผารถบรรทุกพร้อมสินค้าของบริษัทเอกชน มีการวางระเบิดหน้าปอเนาะใน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ 4 ราย รถยนต์เสียหาย 1 คัน และมีเหตุยิงอาสารักษาดินแดนเสียชีวิตที่หน้าโรงเรียน อ.ยะรัง เสียชีวิต ขณะที่มาส่งลูกไปโรงเรียน

“มีความสูญเสียของ ทหาร ตำรวจ และ อาสารักษาดินแดน จากระเบิดแสวงเครื่อง และการซุ่มโจมตี และการใช้ สไนเปอร์ เพื่อซุ่มยิง มีการปฏิบัติการในการทำลายเศรษฐกิจการลงทุนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เช่นวางระเบิด วางเพลิง โรงไฟฟ้าชีวะมวล โรงไฟฟ้าโซล่าเซลล์ เครื่องจักรกล บริษัทรับเหมาก่อสร้าง มีการแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่ ตั้งด่าน บนถนนสายหลัก สายเศรษฐกิจ ยะลา-เบตง เผารถบรรทุกสินค้า โดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งมี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่สามารถรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” นายไชยยงค์ กล่าว

นายไชยยงค์ กล่าวว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ามีความล้มเหลว 4 ด้านด้วยกัน คือ 1. ล้มเหลวในงานการข่าว 2. ล้มเหลวในงานมวลชน 3. ล้มเหลวในการป้องกันเหตุ และ 4. ล้มเหลวในปฏิบัติการเชิงรุก ปล่อยให้บีอาร์เอ็นปฏิบัติการก่อการร้ายอย่างเสรี โดยเฉพาะบนถนนสายหลัก ที่ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการในเวลากลางคืน กอ.รมน.ไม่มีความสามารถในการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ประกอบการขนส่ง ผู้เข้ามาลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมในพื้นที่ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2568 - มิถุนายน 2569 มีเหตุร้ายรายวันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ กอ.รมน.ไม่สามารถป้องกันเหตุได้แม้แต่เหตุเดียว


นายไชยยงค์ กล่าวว่า กอ.รมน.ใช้เฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการทางอากาศ ทิ้งระเบิดและกราดยิงในพื้นที่ป่าเขา แต่ไม่สามารถทำความเสียหายให้แก่บีอาร์เอ็นแต่อย่างใด การซีลแนวชายแดน จ.นราธิวาสไม่ได้ผล เพราะบีอาร์เอ็นยังเดินทางเข้า-ออก และขนระเบิดข้ามจากฝั่งมาเลเซียเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ และหลังปฏิบัติการก็ข้ามกลับไปยังมาเลเซียได้อย่างสะดวก แม่ทัพภาคที่ 4 แก้ปัญหาด้วยการสับเปลี่ยนโยกย้ายนายทหารระดับพลตรีและพันเอกจากกองทัพภาคที่ 1 และ ที่ 2 เข้ามาเพื่อรับผิดชอบในการรับมือกับบีอาร์เอ็น แต่ไม่มีความสำเร็จ

“ที่สำคัญ บีอาร์เอ็นมีปฏิบัติการต่อข้าราชการฝ่ายปกครองและฝ่ายการเมือง ที่มีการเชิญให้เป็นประธานในการเปิดงานต่างๆ โดยมีการวางระเบิดแสวงเครื่องและซุ่มโจมตี และซุ่มยิงด้วยสไนเปอร์ เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้แก่นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รัฐมนตรี และตัวแทน เป็นการทำทำลายนโยบายที่ กอ.รมน.ต้องการสร้างพื้นที่ปลอดภัยไม่ให้เกิดขึ้น และทำให้ข้าราชการระดับผู้นำหน่วยและนักการเมืองไม่กล้าลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน” นายไชยยงค์ กล่าว

โฆษก กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะตั้งคณะพูดคุยสันติสุข เพื่อพูดคุยกับบีอาร์เอ็น โดยขอให้บีอาร์เอ็นหยุดการใช้ความรุนแรงก่อนเข้าสู่ขบวนการพูดคุยในต้นเดือนกรกฎาคม แต่บีอาร์เอ็นไม่ตอบรับในการลดความรุนแรง และคณะผู้แทนพิเศษที่รัฐบาลแต่งตั้งโดยมีนายสีหะศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ก็ไม่มีผลในการทำให้ สถานการณ์ดีขึ้น รวมทั้งการที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของไฟใต้ลดความรุนแรงลง

“จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่เพิ่มความถี่ของการก่อเหตุ และลุกลามทั้งสามจังหวัด และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ด้วยการเปลี่ยนแม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.รมน.ภาค 4 และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ไม่มีความสามารถแก้ปัญหาความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ ลดความรุนแรง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้” นายไชยยงค์ กล่าว