ชัชชาติ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงคนกรุง หลัง กกต. รับรองผลพร้อมเดินหน้าทำงานทันที กางแผนเข้มวัดผล 100 วัน ต่อจากนี้งานหนักกว่าเดิม กำจัดจุดอ่อนระบอบ "อากง" ไม่หวังอำนาจวาสนา มาเพื่อแก้ปัญหา ดันกรุงเทพฯ ติด 1 ในมหานครระดับโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานจอดรถ Stadium One นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวในเวลา 20.10 น. ภายหลังการนับผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เสร็จสิ้นประมาณ 50% โดยกล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงทั้งที่โหวตให้เราและไม่โหวตให้เรา ซึ่งภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไปจะต้องทำงานหนักมาก เพราะเป็นจังหวะสำคัญของกรุงเทพมหานคร เป็นภารกิจที่สำคัญ โดยบอกทีมงานเสมอว่าถ้าได้เป็นหนนี้ งานที่ได้ทำจะหนักกว่าคราวที่แล้ว เพราะประชาชนมีความคาดหวังกับเราเยอะ
ทั้งนี้ สถานการณ์โลกเปลี่ยนไป เมื่อ 4 ปีที่แล้วสัญญาว่าจะรับใช้ทุกคนไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกเรา ซึ่งต้องไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ที่ผ่านมาคิดว่าทำเต็มที่และจะทำต่อไปอย่างเต็มที่ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงทั้งที่เลือกเราและไม่เลือกเรา ขอบคุณประชาชนที่กรุณาไปออกคะแนนเสียง ถือเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย เราพร้อมรับใช้ทุกคน หาก กกต. ประกาศรับรองผล สิ่งแรกจะทำคือนำแผนทั้งหมด 260 แผน มาจัดทำยุทธศาสตร์และจัดทำแผนการดำเนินงาน 100 วัน โดยจะดำเนินการในเรื่องที่ยากก่อน พร้อมย้ำว่า จะดำเนินการต่อไปในเรื่องกำจัดและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันที่จะดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ประชาชนผิดหวัง รวมถึงโครงการต่าง ๆ ที่จะดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น นี่คือพันธะสัญญาที่มีให้กับประชาชน
โดยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ได้โทรศัพท์มาหา ซึ่งเราก็ได้อ่านนโยบายของทุกพรรคก็มีข้อดีหลายอย่าง โดยด็อกเตอร์โจเน้นเรื่องศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งเราก็จะดำเนินการทำต่อ รวมถึงโครงการป้องกันน้ำท่วมและการฟอกอากาศ ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินการทำงานร่วมกันต่อไปไม่มีปัญหา เมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้วทุกคนก็เป็นพันธมิตรที่สามารถพูดคุยกันได้ และมีส่วนร่วมในการช่วยกันพัฒนาเมืองนี้ต่อไป เพราะทุกคะแนนที่ประชาชนให้มามีค่า ไม่ว่าจะโหวตให้ใครก็ตาม และเราอยากให้ทุกคนมาช่วยกันเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ หากพิจารณาจากเปอร์เซ็นต์ขณะนี้ได้คะแนนแล้วคิดเป็นสัดส่วน 64% ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว ที่ได้คะแนนในสัดส่วน 51% ซึ่งต้องขอขอบคุณทีมงานทุกคน ที่ตัวเองอยู่ทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะตัวเองเพียงคนเดียว แต่มาจากทีมงานรวมถึงประชาชนทุกคน และสื่อมวลชนที่ได้สื่อสารนโยบายไปสู่ประชาชน กรุงเทพมหานครจะเดินหน้าได้ก็ด้วยพวกเราทุกคน ไม่ใช่เฉพาะทีมงานชัชชาติ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าครั้งนี้ก็ยังรู้สึกตื่นเต้น แม้จะเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้ออกมาพูดแบบนี้ แต่มาด้วยความยำเกรง เพราะไม่ใช่ชัยชนะแต่คือคำสั่งของประชาชน และรู้ว่างานที่ทำอยู่ไม่ใช่งานเบา แต่เป็นงานหนัก ไม่ใช่เวลาที่จะเฉลิมฉลอง แต่เป็นเวลาที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วนว่าสิ่งใดที่ต้องทำต่อไป ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับภารกิจที่จะดำเนินการต่อไปมองว่า เมืองเราไม่แพ้เมืองใดในโลก 4 ปีหลังจากนี้ จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองชั้นนำและแข่งขันได้กับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก โดยวันแรกวินาทีแรกที่เราจะเริ่มทำงาน ทุกคนต้องรู้เป้าหมายร่วมกันและร่วมกันเดินไปข้างหน้าได้
ขณะเดียวกัน แม้จะมีจุดอ่อนที่ถูกโจมตีแต่ก็ขอบคุณทุกคนและคิดว่าประชาชนเข้าใจเราและให้ความไว้ใจ เราต้องทำตัวให้ดีขึ้น ทำทีมงานให้ดีขึ้นเพื่อกำจัดข้อกังขาทั้งหมด ส่วนผลคะแนนที่ไม่ได้โหวตมาให้นั้น ก็เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องคิดทบทวนจุดอ่อนที่มี เพื่อปรับปรุงและแก้ไข เพราะไม่ต้องการทำให้ประชาชนผิดหวัง โดย 4 ปีหลังจากนี้ ประสิทธิภาพของเมือง สิ่งแวดล้อม การศึกษาต้องดีขึ้น อนาคตคือการลงทุนต้องดึงธุรกิจต่าง ๆ เข้ามา เพราะเมืองเราคือตลาดแรงงาน เมื่อคนโตขึ้นได้ เศรษฐกิจก็ดี ชีวิตก็ดี เมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะใช้เทคโนโลยีที่โปร่งใสมาพัฒนาเมือง ทำให้ผู้คนมีความสุข
นอกจากนี้ จากผลโพลต่าง ๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ก็ปรากฏว่ากรณีข่าวอากง ไม่ได้ส่งผลกระทบกับคะแนนเสียง แต่ก็เป็นจุดอ่อนที่จะต้องนำไปปรับปรุง เราต้องดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน คีย์เวิร์ดสำคัญของตนเองยังคงเป็นทำงาน ทำงาน ทำงาน กำจัดจุดอ่อน เน้นย้ำความโปร่งใส และปราบปรามการทุจริต เพื่อไม่ให้ประชาชนผิดหวัง พร้อมยืนยันว่า สามารถทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้จากทุกพรรคทุกฝ่าย ทีมงานทุกคนที่มาทำงานนี้ ไม่ได้หวังอำนาจวาสนา แต่หวังที่จะมาแก้ไขปัญหา