ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) ว่า ตนขอรับประกันความมั่นคงของประเทศ และจะเอาชนะความท้าทายต่างๆ ท่ามกลางปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของยูเครนต่อดินแดนรัสเซียที่นับวันจะรุนแรงขึ้น
รัฐบาลเคียฟระบุว่า การโจมตีเหล่านี้เป็นการตอบโต้ที่ยุติธรรมสาสมกัน หลังจากที่รัสเซียโจมตีทางอากาศต่อพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนเกือบทุกวัน นับตั้งแต่เปิดปฏิบัติการรุกรานทางทหารในเดือน ก.พ. ปี 2022
"ใช่ เรามองเห็นปัญหา เราตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และกำลังตอบโต้ แต่เราจะรับประกันความมั่นคงของประเทศและพลเมืองของเรา รวมถึงการปกปักรักษาพรมแดนของรัสเซียอย่างแน่นอน" ปูติน กล่าวในการประชุมพรรคยูไนเต็ดรัสเซีย
เขเอ่ยเสริมว่า "เราจะเอาชนะความท้าทายทั้งหมดที่เราเผชิญอยู่ในวันนี้ได้อย่างแน่นอน รวมถึงการโจมตีของผู้ก่อการร้ายต่อดินแดนและโครงสร้างพื้นฐานของเรา"
สุนทรพจน์ของ ปูติน เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากโดรนของยูเครนโจมตีทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายในภูมิภาคกราสโนดาร์ทางตอนใต้ของรัสเซีย และทำให้เกิดไฟไหม้โรงกลั่นน้ำมัน ตามรายงานของเวเนียมีน คอนดราเตียฟ ผู้ว่าการประจำภูมิภาค
ยูเครนประกาศอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้ โดยประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เรียกมันว่าเป็นส่วนหนึ่งของ "ปฏิบัติการที่บั่นทอนความสามารถของรัสเซียในการทำสงคราม"
“โรงกลั่นน้ำมันสลาฟยานสค์ในภูมิภาคกราสโนดาร์ถูกโจมตี ซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้าประมาณ 300 กิโลเมตร นอกจากนี้เรายังโจมตีโรงกลั่นในภูมิภาคยาโรสลาฟล์ ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนของเราประมาณ 700 กิโลเมตร” เซเลนสกีกล่าวผ่าน X เมื่อวันอาทิตย์ (28)
สัปดาห์ที่แล้ว การโจมตีของยูเครนทำให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงกลั่นทางตะวันออกเฉียงใต้ของมอสโก ส่งผลให้ชานเมืองหลวงถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันดำหนาทึบ
แหลมไครเมียที่รัสเซียผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตน ประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉิน” เมื่อวันศุกร์ (26) เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการโจมตีทางอากาศของยูเครนที่เพิ่มขึ้นในคาบสมุทรแห่งนี้
ดินแดนแห่งนี้กำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงและไฟฟ้าดับ ซึ่งเกิดจากการโจมตีของยูเครนต่อห่วงโซ่โลจิสติกและโรงงานผลิตน้ำมันทั่วไครเมีย รวมไปถึงส่วนอื่นๆ ของยูเครนที่รัสเซียยึดครอง และรัสเซียตอนใต้
รัสเซียเข้ายึดครองและผนวกไครเมียในปี 2014 แม้ว่าประเทศส่วนใหญ่ รวมถึงพันธมิตรของมอสโกหลายประเทศ จะไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าวก็ตาม
ที่มา - เอเอฟพี