ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) ว่า รัสเซียจะยังคงเดินหน้าเป้าหมายในการยึดครอง 4 ภูมิภาคของยูเครนให้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยปฏิเสธข้อเสนอใหม่ของยูเครนที่ต้องการลดความรุนแรงในสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี
ปูติน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลรัสเซียว่า รัสเซียจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยทางอากาศเพื่อรับมือการโจมตีที่หนักหน่วงขึ้นจากโดรนของยูเครน ซึ่งมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซียเป็นหลัก เขากล่าวด้วยว่ามอสโกสามารถรับมือกับปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงที่มีต้นเหตุมาจากการโจมตีของยูเครนได้เป็นอย่างดี
ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ (28) ระหว่างการประชุมที่ทำเนียบเครมลินกับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่รัฐบาล ปูตินยอมรับว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้หลายภูมิภาคของรัสเซียเผชิญภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง แต่รัสเซียก็กำลังจัดการกับปัญหานี้อยู่
ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ ปูติน กล่าวว่ายูเครนได้เสนอให้ยุติการโจมตีระยะไกลร่วมกัน ซึ่งเป็นก้าวหนึ่งไปสู่สันติภาพ แต่ทางมอสโกมองว่านี่เป็นแผนที่หวังลดแรงกดดันให้กองกำลังเคียฟตามแนวรบยาว 1,250 กิโลเมตรระหว่าง 2 ฝ่าย และมอสโกจะไม่เสียสมาธิไปกับเรื่องนี้
"เป็นที่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงมีการยื่นข้อเสนอนี้ เพราะการโจมตีตอบโต้ของเราที่ลึกเข้าไปในดินแดนยูเครนนั้นรุนแรงกว่า มีผลกระทบมากกว่า และพูดตามตรงคือทำลายล้างมากกว่า" ปูติน กล่าว
"เนื่องจากกองทัพยูเครนขาดแคลนกำลังพลอย่างหนัก พวกเขาจึงเชื่อว่า นี่อาจเป็นทางรอดของพวกเขา แต่การช่วยเหลือกองกำลังเคียฟไม่ใช่ส่วนหนึ่งของแผนการของเรา"
สำนักงานของประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนยังไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นเกี่ยวกับคำกล่าวของ ปูติน ในทันที
เซเลนสกี เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ปูติน ในเดือนนี้เสนอให้มีการพบปะแบบตัวต่อตัว ซึ่งผู้นำรัสเซียปฏิเสธ
ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ ปูติน กล่าวว่าการโจมตีของยูเครน "มีเป้าหมายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและกำลังของเราจากการบรรลุเป้าหมายหลัก นั่นคือการปลดปล่อยดอนบาสและโนโวรอสเซียอย่างสมบูรณ์" โดย ปูติน หมายถึง 2 ภูมิภาคในดอนบาสและภูมิภาคใกล้เคียงอย่างซาปอริซเซียและเคียร์ซอน
ปูติน ยืนกรานมานานแล้วว่า กองทัพยูเครนต้องยอมล่าถอยออกจากดินแดนที่เหลืออยู่ในภูมิภาคโดเนตสก์ในดอนบาส ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงสันติภาพใดๆ
เพียง 7 เดือนหลังจากการรุกรานในปี 2022 รัสเซียได้ประกาศผนวก 4 ภูมิภาคของยูเครน ได้แก่ โดเนตสก์และลูฮันสก์ในดอนบาส รวมถึงเคียร์ซอนและซาปอริซเซีย ซึ่งรัสเซียยังควบคุมได้เพียงบางส่วน
ปูติน เอ่ยถึงการโจมตีด้วยโดรนระยะกลางและระยะไกลของยูเครนว่า "ภารกิจแรกคือการเร่งการผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศที่จำเป็นที่สุดอย่างรวดเร็วและมีนัยสำคัญ"
"การโจมตีทั้งหมด ไม่ว่าจะต่อโครงสร้างพื้นฐานของเราที่ใดก็ตาม จะไม่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในแนวหน้า หรือในแนวปะทะอย่างแน่นอน" เขากล่าว
ปูติน ยืนยันว่า รัสเซียคาดหวังว่าความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามที่นำโดยสหรัฐฯ และการเยือนมอสโกครั้งใหม่ของ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ "ช่วงร้อน" ของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านคลี่คลายลงแล้ว
ดูเหมือน ปูติน จะเห็นด้วยกับความเห็นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ ที่กล่าวว่า ไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการใดๆ เกิดขึ้นในการเจรจาระหว่างตนและประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่รัฐอะแลสกาเมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าจะมีการหารือข้อเสนอของสหรัฐฯ ก็ตาม
“ไม่มีใครลงนามอะไรเลย แต่เราได้พูดคุยกันถึงความเป็นไปได้บางประการในการยุติความขัดแย้งในยูเครน” ปูติน กล่าว
ผู้นำรัสเซียเผยว่า ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ขอให้มีการประนีประนอม ซึ่งถูกรวมอยู่ในข้อเสนอที่ฝ่ายอเมริกันหยิบยื่นในการเจรจาแล้ว
ปูติน ยังแนะนำว่า ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก แห่งเบลารุส ซึ่งเขาได้หารือด้วยเป็นเวลา 2 วันในสัปดาห์นี้ อาจมีส่วนช่วยในการเจรจาสันติภาพได้
ปูติน ไม่ได้เอ่ยถึงข้อกล่าวหาของยูเครนที่ว่ารัสเซียพยายามดึงเบลารุสเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งมากขึ้น โดยที่ผ่านมาเบลารุสอนุญาตให้รัสเซียใช้ดินแดนของตนเป็นฐานในการรุกรานยูเครนเมื่อเดือน ก.พ. ปี 2022 แต่ ลูคาเชนโก ยืนยันจะไม่ส่งกองกำลังของเบลารุสเข้าร่วมสงคราม
ที่มา: รอยเตอร์