xs
xsm
sm
md
lg

ร้องเฮ้ยทั้งประเทศ! นักกฎหมายรุ่นใหญ่ชี้ชัด สรรพากรบังคับทักษิณชำระ 1.7 หมื่นล้านไม่ได้?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ร้องเฮ้ยทั้งประเทศ! นักกฎหมายรุ่นใหญ่ชี้ชัด สรรพากรบังคับทักษิณชำระ 1.7 หมื่นล้านไม่ได้?

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลัง นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมายและอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีภาษีการขายหุ้นมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาทของ นายทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่า กรมสรรพากรอาจไม่สามารถบังคับเรียกเก็บภาษีดังกล่าวได้ เนื่องจากมีประเด็นข้อกฎหมายหลายประการ

นายไพศาล อธิบายว่า ในขั้นตอนแรก กรมสรรพากรได้ออกหมายตรวจสอบและประเมินภาษีกับ นายพานทองแท้ ชินวัตร และ นางสาวพินทองทา ชินวัตร ในฐานะผู้มีเงินได้จากการขายหุ้น ก่อนที่ทั้งสองจะใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกฎหมาย และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ จึงนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลภาษีอากรกลาง

เขาระบุว่า ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาในอีกคดีหนึ่งว่า บุคคลทั้งสองถือหุ้นแทนนายทักษิณ ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ศาลภาษีอากรกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษีของกรมสรรพากร โดยเห็นว่าการประเมินดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้ใบประเมินฉบับเดิมสิ้นผลบังคับ

นายไพศาล ยังตั้งข้อสังเกตว่า ภายหลังกรมสรรพากรได้ออกใบประเมินภาษีฉบับใหม่ในชื่อนายทักษิณ โดยอ้างอิงข้อเท็จจริงจากคดีเดิม แต่เห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจมีปัญหาทางกฎหมาย เพราะการประเมินเดิมถูกศาลเพิกถอนไปแล้ว อีกทั้งอาจเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดในการประเมินภาษีและการดำเนินคดี ทำให้เกิดประเด็นเรื่องอายุความ

จากเหตุผลดังกล่าว นายไพศาล จึงแสดงความเห็นว่า กรมสรรพากรอาจไม่มีอำนาจบังคับเรียกเก็บภาษีจำนวนประมาณ 17,000 ล้านบาท จากนายทักษิณได้ และหากมีการยึดทรัพย์เพื่อบังคับชำระภาษีไว้ก่อนหน้านี้ ก็อาจมีประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการคืนทรัพย์สินและการชดใช้ค่าเสียหายในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ความเห็นดังกล่าวเป็น ความเห็นทางกฎหมายของนายไพศาล พืชมงคล ที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลหรือคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากกรมสรรพากร ซึ่งหากมีการชี้แจงหรือมีความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป

ที่มา: โพสต์ของ นายไพศาล พืชมงคล ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

#NEWS1 รายงาน