ศาลปราบปรามการทุจริต ประเทศอินโดนีเซียพิพากษาจำคุก 10 ปี นาเดียม มาการิม อดีต รมว.ศึกษาธิการอินโดนีเซีย และผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม Gojek ฐานทุจริตการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา Chromebook ช่วงการระบาดของโควิด-19
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (30 มิ.ย.) ศาลป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งกรุงจาการ์ตา (Anti Corruption Court) ประเทศอินโดนีเซียพิพากษาจำคุก 10 ปี นายนาเดียม มาการิม (Nadiem Makarim) อายุ 41 ปี อดีต รมว.ศึกษาธิการอินโดนีเซีย สมัยประธานาธิบดีโจโก วิโดโด และผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม Gojek ซูเปอร์แอปฯ ชั้นนำในประเทศอินโดนีเซีย เป็นเวลา 10 ปี ในความผิดฐานทุจริตการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา Chromebook และระบบจัดการอุปกรณ์ Chrome (Chrome Device Management หรือ CDM) สำหรับโรงเรียน ในปีงบประมาณ 2563-2565 ช่วงการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้รัฐสูญเสียเงินประมาณ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พร้อมกันนี้ ศาลได้สั่งให้นายนาเดียมจ่ายค่าปรับ 1 พันล้านรูเปียห์ และชดใช้ค่าเสียหายอีก 809 พันล้านรูเปียห์ มิเช่นนั้นจะต้องรับโทษจำคุกเพิ่มเติม หากเขาไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันในการชดใช้ค่าเสียหาย จะต้องรับโทษจำคุกเพิ่มเติมตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งนายมาการิมคาดว่าเขาจะต้องรับโทษสูงสุดถึง 15 ปี ถึงกระนั้น ทนายความของนายนาเดียมกล่าวว่า เขาจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน
สำนักข่าวจาการ์ตาโกลบ (JAKARTA GLOBE) รายงานว่า ก่อนที่การพิจารณาคดีจะเริ่มต้นขึ้น สมาชิกในครอบครัวและผู้สนับสนุนหลายสิบคน ได้มารวมตัวกันทั้งภายในและภายนอกศาล หลายคนสวมชุดสีขาวเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ขณะที่คนขับรถโกเจ็กหลายคนก็มาร่วมแสดงการสนับสนุนอดีตรัฐมนตรีด้วย โดยนายนาเดียมพร้อมด้วยนางฟรังกา แฟรงคลิน มาการิม ภรรยา รู้สึกซาบซึ้งใจ หลังจากได้รับดอกกุหลาบสีเหลืองจากผู้สนับสนุน ก่อนที่ผู้พิพากษาจะเข้ามาในห้องพิจารณาคดี บริเวณทางเข้าศาลมีพวงดอกไม้พร้อมข้อความให้กำลังใจจากคนขับรถโกเจ็กและเพื่อนๆ วางเรียงรายอยู่
สำนักข่าวเทมโป (TEMPO) รายงานว่า ก่อนพิพากษาคดี นายนาเดียมยืนยันว่าตนเป็นเหยื่อของการถูกดำเนินคดีทางอาญา เชื่อว่าระหว่างดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการอินโดนีเซียตนไม่ได้ทำอะไรผิด ซึ่งตนไม่เสียใจที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นจำเลยในคดีทุจริต แม้ว่าจะมาจากการรับใช้ชาติก็ตาม ตนไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจรับใช้ชาติ และไม่อยากให้คนหนุ่มสาวหวาดกลัวที่จะรับใช้ชาติหลังจากคดีนี้ เชื่อว่าคณะผู้พิพากษาจะตัดสินคดีอย่างเป็นกลาง โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏระหว่างการพิจารณาคดี ตนไม่ได้เป็นคนไร้เดียงสา ตระหนักดีว่าการตัดสินในวันนี้อาจไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงก็ได้ นั่นอาจเกิดขึ้นได้ แต่มั่นใจและเชื่อว่ามีบทเรียนสำคัญ ที่สามารถเรียนรู้ได้จากเหตุการณ์นี้และคดีนี้
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ก่อนหน้านี้อัยการประจำศาลแขวงจาการ์ตากลางเสนอให้จำคุกนายนาเดียมเป็นเวลา 18 ปี ปรับเงิน 1 พันล้านรูเปียห์ และให้จ่ายเงินชดเชยรวม 5.68 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งหากไม่ชำระเงินชดเชยดังกล่าว จะต้องรับโทษจำคุกเพิ่มอีก 9 ปี โดยอัยการระบุว่า แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นเงินประมาณ 8.09 แสนล้านรูเปียห์ ผ่านการจัดซื้อแล็ปท็อป Chromebook และ Chrome OS สำหรับโรงเรียน โดยได้ร่างข้อกำหนดในการประมูลที่สอดคล้องกับระบบปฏิบัติการ Chrome OS เพียงอย่างเดียว เพื่อทำให้ Google กลายเป็นผู้ควบคุมระบบนิเวศการศึกษาในอินโดนีเซียแต่เพียงผู้เดียว ถือเป็นการละเมิดคำมั่นสัญญาในการต่อต้านการทุจริตของรัฐบาล และสร้างความเสียหายต่อระบบการศึกษาของอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ มีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา Chromebook ทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการเคยประเมินไว้ในปี 2561 แล้วว่าการนำมาใช้งานเพื่อการเรียนการสอนจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่เหมาะสมสำหรับประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากความพร้อมใช้งานของอินเทอร์เน็ตยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในพื้นที่ห่างไกล แต่กระทรวงศึกษาธิการยังคงเดินหน้าจัดซื้อ Chromebook ต่อไป หลังจากที่นายนาเดียมได้พบกับตัวแทนของ Google Asia Pacific และ Google Indonesia หลายครั้งในปี 2563
สำหรับจำเลยร่วมของนายนาเดียม ได้แก่ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวง ประกอบด้วย นางศรี วาห์ยุนิงซิห์ (Sri Wahyuningsih) ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี และนายมุลยัตสยาห์ (Mulyatsyah) ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี 6 เดือน ด้านนายอิบราฮิม อารีฟ (Ibrahim Arief) ที่ปรึกษาทางเทคโนโลยี ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกัน ในขณะที่นายจูริสต์ ตัน (Jurist Tan) อดีตเจ้าหน้าที่พิเศษ ยังคงหลบหนีอยู่