“กฤต พงศกร” บุคคลในคลิปเสียงอื้อฉาวการทุจริตสอบท้องถิ่น เข้าพบตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง แสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังถูกรองนายกรัฐมนตรีแจ้งความ
วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายพงศกร เสาร์ทน หรือ กฤต บุคคลที่ปรากฏในคลิปเสียงอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังถูกนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี แจ้งความดําเนินคดีเมื่อวานที่ผ่านมา พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน ยืนยันตนเองและผู้ใหญ่ที่ถูกพาดพิงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตใดๆ ทั้งสิ้น
นายพงศกร เปิดเผยว่า สิ่งแรกคือการกราบขออภัยต่อรองนายกรัฐมนตรี ที่ตนเองได้นำชื่อไปพาดพิงในคลิปเสียงสนทนา จนทำให้ท่านต้องเดือดร้อนและเสื่อมเสียชื่อเสียง จากนั้น ได้ชี้แจงประเด็นสำคัญ ดังนี้
นายพงศกร ยืนยันว่า ทั้งตนเองและรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นตามที่ถูกกล่าวหา เรื่องราวการทุจริตต่างๆ ที่พูดกันในคลิปหลุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ยืนยันว่าไม่มีมูลความจริง มีเพียงแค่ เสียง เท่านั้น จึงตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและให้การกับพนักงานสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนกรณีที่มาของคลิปเสียงดังกล่าว นายพงศกรระบุว่า เป็นคลิปการสนทนาระหว่างตนเองกับบุคคลที่ชื่อ คุณส้ม ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และถูกนำมาเผยแพร่สู่สาธารณะในลักษณะที่ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย ซึ่งข้อเท็จจริงไม่มีอะไรเลย ยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง มีแค่เสียงแค่นั้น ไม่ได้มีการต่อรองหรือไปหาผลประโยชน์ใดๆ
ส่วนที่ในคลิปดูเหมือนสนิทกันและมีการพูดถึงตัวเลข เพราะตนเป็นคนพูดจาเข้ากับคนง่าย น้ำเสียงดูอบอุ่น แต่จริงๆ เพิ่งรู้จักกันตอนที่เป็นประเด็นนี้ ไม่ได้สนิทกัน และไม่ทราบสถานะที่แน่ชัดของคุณส้ม แต่ยืนยันว่าคุณส้มมีตัวตนจริง ส่วนสาเหตุลึกๆ ที่ต้องพูดจาลักษณะนั้นในคลิป นายพงศกรอ้างว่ามีจุดประสงค์บางอย่างเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนสอบสวน
ส่วนความคืบหน้าทางคดี ที่ รองนายกรัฐมนตรี แจ้งข้อหาตนเอง ก็ได้ประสานเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและยืนยันตัวตน ว่าเป็นคนในคลิปเสียงจริง ไม่ได้เป็นการออกหมายเรียกหรือจับกุม ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนการแจ้งข้อหานางสาวส้มตอนนี้ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ และหากตรวจสอบพบว่าบุคคลใดจงใจแอบอัดคลิปหรือตัดต่อเพื่อทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อนับจากนี้