xs
xsm
sm
md
lg

ช็อก! หมอหาดใหญ่เอาก้อนคล้ายหิน 12 ซม.ออกจากช่องคลอด เจอ “ลูกปัด-โคลน” โยงพิธีทำของอินโดฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



แพทย์โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่เผยเคสสุดอึ้ง ผู้ป่วยหญิงวัย 47 ปี ปวดท้องน้อยเรื้อรังนานกว่า 3 ปี ก่อนผ่าตัดนำก้อนแข็งคล้ายหินขนาดยักษ์ออกจากช่องคลอด เมื่อกะเทาะออกกลับพบโคลนส่งกลิ่นเหม็นเน่าและลูกปัดหลากสีอยู่ภายใน เชื่อมโยงความเชื่อเรื่องพิธี “ทำของ” จากอินโดนีเซีย พร้อมเผยนาทีระทึกในห้องผ่าตัดที่ทีมแพทย์ถึงกับตั้งจิตสวดมนต์ก่อนนำก้อนปริศนาออกได้สำเร็จ

วันนี้ (1 ก.ค.) จากการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) พบสิ่งแปลกปลอมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10-12 เซนติเมตร ภายในช่องคลอด มีลักษณะคล้ายก้อนหินและมีโครงสร้างภายในผิดปกติ โรงพยาบาลต้นทางจึงส่งตัวผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่เพื่อรับการรักษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ทีมสูตินรีแพทย์ นำโดย นพ.โฆษิต ตันตินาม และ พญ.อัจฉราวดี พูลสวัสดิ์ ร่วมกับ นพ.สุนทร ได้ประเมินแล้วเห็นว่าการสกัดก้อนออกทางช่องคลอดมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากขนาด ความแข็ง และโอกาสเหลือเศษตกค้าง จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนเป็นการผ่าตัดเปิดช่องท้อง พร้อมเลาะพังผืดที่ยึดติดกับอวัยวะสำคัญอย่างลำไส้ใหญ่และท่อไต ก่อนสามารถนำก้อนดังกล่าวออกมาได้สำเร็จ

นพ.สุนทรระบุว่า ช่วงที่กำลังจะเลาะก้อนออกจากร่างกายผู้ป่วย บรรยากาศในห้องผ่าตัดเต็มไปด้วยความกดดัน ทีมแพทย์ต่างตั้งจิตอธิษฐานและสวดมนต์ในใจ ก่อนภารกิจจะผ่านพ้นไปด้วยดี พร้อมติดแฮชแท็ก #ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

หลังนำก้อนออกมาได้ ทีมแพทย์ได้กะเทาะเปลือกที่แข็งคล้ายหินออก เนื่องจากผลเอกซเรย์บ่งชี้ว่ามีสิ่งอยู่ภายใน ก่อนพบของเหลวและโคลนส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง รวมถึงวัตถุคล้ายอะคริลิกทรงกลมสีเขียวและสีแดง และลูกปัดหลากสีจำนวน 11 เม็ด ทำให้ทีมแพทย์ประหลาดใจกับสิ่งที่พบ

นพ.สุนทรเปิดเผยว่า การตัดสินใจผ่าตัดเปิดช่องท้องตั้งแต่แรกถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหากทุบหรือสกัดก้อนตั้งแต่ยังอยู่ในช่องคลอด ของเหลวและเศษสิ่งแปลกปลอมภายในอาจปนเปื้อนจนก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงแก่ผู้ป่วยได้

จากการสอบถามประวัติผู้ป่วยเพิ่มเติม พบว่าผู้ป่วยเคยอาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซียเมื่อหลายปีก่อน และให้ข้อมูลว่าเคยถูกหมอไสยศาสตร์ทำพิธีเกี่ยวกับความเชื่อใส่ในช่องคลอด โดยจำรายละเอียดไม่ได้เนื่องจากเวลาผ่านมานาน ทั้งนี้ แพทย์ได้ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นคำบอกเล่าจากผู้ป่วย และมีการอ้างอิงถึงความเชื่อท้องถิ่นของอินโดนีเซียเกี่ยวกับพิธีกรรมดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์ถึงสาเหตุของก้อนที่พบ

ภายหลังเสร็จสิ้นการผ่าตัด นพ.สุนทรได้กล่าวขอบคุณทีมสูตินรีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทุกฝ่ายที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจ พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในเคสที่น่าจดจำที่สุดในการทำงานของตนเอง