xs
xsm
sm
md
lg

สภามีมติ 288 ต่อ 119 รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 ตั้ง กมธ.วิสามัญ 72 คน “เอกนิติ” ย้ำโปร่งใส เดินหน้าลดขาดดุล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สภามีมติ 288 ต่อ 119 เสียง รับหลักการร่าง งบปี 70 วงเงิน 3.788 ล.ล.พร้อมตั้ง กมธ.วิสามัญ 72 คน ด้าน “เอกนิติ” ย้ำรัฐบาลเปิดแผนการคลังอย่างโปร่งใส เดินหน้าลดขาดดุล ชวนฝ่ายค้านร่วมผ่าตัดประเทศไทย ปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ยกระดับชีวิตให้กินอยู่ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เสร็จสิ้น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลุกขึ้นชี้แจงปิดการอภิปราย โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีความตั้งใจทำให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และยกระดับรายได้ของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือจากฝ่ายค้านในการเสนอความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามดำเนินทุกมาตรการเพื่อดูแลวิกฤติปากท้องของประชาชน แม้งบประมาณมีข้อจำกัด จึงจำเป็นต้องออกพระราชกำหนด เพราะหากไม่เร่งแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายเล็ก การจ้างงาน และอาจลุกลามเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ


นายเอกนิติ กล่าวว่า การออกพระราชกำหนดไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเยียวยาประชาชน แต่ยังเป็นการรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เนื่องจากประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง หากไม่เร่งปรับตัวจะทำให้ต้นทุนพลังงานสูงในระยะยาว พร้อมระบุว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงส่งผลให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดกว่า 5 แสนล้านบาท จึงจำเป็นต้องดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และมาตรการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานควบคู่กัน
“ผมไม่ใช่หมอที่สร้างวาทกรรมเก่ง แต่ต้องการผ่าตัดปัญหางบประมาณ ปีที่แล้วเราขาดดุล 4.4% จึงวางแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อลดการขาดดุลลงเหลือ 3% ในปี 2572 ปีนี้เปิดเผยแผลทั้งหมด ตั้งเป้าลดขาดดุลจาก 4.4% เหลือ 3.9% เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการคลัง” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ฐานะการคลังของประเทศยังอยู่ในภาวะที่ต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด จึงจำเป็นต้องร่วมกันปรับโครงสร้างงบประมาณให้เหลืองบลงทุนมากขึ้น แม้งบลงทุนในเล่มงบประมาณปีนี้จะเหลือเพียงประมาณ 7 หมื่นล้านบาท แต่รัฐบาลได้เพิ่มการลงทุนผ่านรัฐวิสาหกิจอีก 2.7 แสนล้านบาท ซึ่งไม่รวมอยู่ในร่างงบประมาณ รวมทั้งผลักดันการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

นายเอกนิติ ยืนยันว่า แม้งบประมาณจะมีข้อจำกัด แต่รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับประชาชนและผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ โดยใช้งบประมาณเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับเครื่องมืออื่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของประชาชนทั่วประเทศ พร้อมย้ำว่าการจัดทำงบประมาณเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ นายเอกนิติ ยังฝากข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้คณะกรรมาธิการวิสามัญนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเชิญชวนทุกฝ่ายร่วมกัน “พลิกวิกฤติเป็นโอกาส” สร้างอนาคตที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น


จากนั้น ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ด้วยคะแนน เห็นชอบ 288 เสียง ไม่เห็นชอบ 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 72 คน เพื่อพิจารณารายละเอียดของร่างกฎหมายในวาระต่อไป