xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านเพชรบูรณ์ทุกข์หนัก! ที่ดินอยู่มารุ่นปู่ย่า ได้ ส.ป.ก. มา 3 ทศวรรษ วันนี้ถูกกรมอุทยานฯ ยึด ปิดท้ายด้วยจำเลยทั้ง 5 ติดคุก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ชาวบ้านเพชรบูรณ์ทุกข์หนัก! ที่ดินอยู่มารุ่นปู่ย่า ได้ ส.ป.ก. มา 3 ทศวรรษ วันนี้ถูกกรมอุทยานฯ ยึด ปิดท้ายด้วยจำเลยทั้ง 5 ติดคุก

คดีพิพาทเรื่องสิทธิในที่ดินระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐในจังหวัดเพชรบูรณ์ กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอีกครั้ง หลังเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา พิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 5 คน ในคดีตัดต้นมะค่า 1 ต้น โดยไม่รอลงอาญา ส่งผลให้ชาวบ้านและเครือข่ายภาคประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีการทบทวนแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนระหว่างรัฐกับประชาชน

คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการที่ชาวบ้านตัดต้นมะค่าเพียง 1 ต้น เพื่อนำไม้ไปสร้างกระท่อมสำหรับเฝ้าสวนมะขามหวานในพื้นที่ที่ครอบครัวทำกินต่อเนื่องมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า และได้รับเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. มานานกว่า 30 ปี แต่ต่อมาหน่วยงานรัฐตรวจสอบและระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน และอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ จึงมีการดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายภาคประชาชนซึ่งติดตามคดีมาตั้งแต่ต้น ระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การตัดไม้เพียงต้นเดียว แต่เป็นข้อพิพาทเรื่องแนวเขตระหว่างพื้นที่ ส.ป.ก. กับเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่าทำกินอยู่มาก่อนการประกาศเขตของรัฐ และได้รับเอกสารจากหน่วยงานของรัฐมาโดยตลอด

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ คือ แผนที่แนวเขตที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี โดยเครือข่ายประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า แผนที่ดังกล่าวเป็นเอกสารที่จัดทำและใช้อ้างอิงโดยหน่วยงานของรัฐ จึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ให้รอบด้าน มากกว่าการพิจารณาจากเอกสารเพียงอย่างเดียว

เครือข่ายยังเสนอว่า หากมีการ เดินเผชิญสืบในพื้นที่จริง ร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และประชาชน เพื่อพิสูจน์แนวเขต สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน และประวัติการครอบครองที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน อาจทำให้ได้ข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง ซึ่งสามารถนำไปประกอบการพิจารณาและลดข้อขัดแย้งระหว่างประชาชนกับภาครัฐในลักษณะเดียวกันได้ในอนาคต

ด้านหน่วยงานภาครัฐยืนยันว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาล โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหน้าที่คุ้มครองพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ส่วนประเด็นการออกเอกสาร ส.ป.ก. และแนวเขตพื้นที่ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามหลักฐานและข้อกฎหมายในแต่ละคดี

แม้คดีนี้จะสิ้นสุดลงด้วยคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้ว แต่ยังคงจุดกระแสถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับการใช้แผนที่ของหน่วยงานรัฐ การพิสูจน์แนวเขตที่ดิน และแนวทางการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในพื้นที่ที่มีข้อพิพาทกับเขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งหลายฝ่ายเห็นว่าควรมีแนวทางแก้ไขที่เป็นธรรมและตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้เกิดกรณีลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต

ข้อมูล : ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และข้อมูลจากเครือข่ายประชาชนผู้ติดตามคดี

ภาพ : เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ

#NEWS1 รายงาน