กองทัพรัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนอย่างหนักหน่วงเมื่อวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน และบาดเจ็บมากกว่า 50 คน โดยใช้ทั้งโดรนและขีปนาวุธโจมตีอาคารที่พักอาศัย ซึ่งรัสเซียระบุว่าเป็นการตอบโต้ที่เคียฟส่งโดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของตนเมื่อเร็วๆ นี้
กองทัพอากาศยูเครนแถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (2) ว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธ 74 ลูก และโดรน 496 ลำใส่ยูเครนในช่วงข้ามคืน
กองทัพอากาศยูเครนยังระบุผ่านเทเลแกรมว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศยิงตกหรือทำลายขีปนาวุธ 48 ลูกและโดรน 476 ลำ แต่ขีปนาวุธ 25 ลูกและโดรน 12 ลำตกใส่เป้าหมาย 33 แห่ง โดยกรุงเคียฟเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตี
ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนได้ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ของการโจมตีในชั่วข้ามคืน และจะลดเวลาการเยือนกรุงดับลินเพื่อเข้าร่วมพิธีเริ่มต้นวาระ 6 เดือนของไอร์แลนด์ในฐานะประธานหมุนเวียนของสหภาพยุโรป
วิทาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ โพสต์เทเลแกรมว่ามีผู้เสียชีวิต 10 คน และความเสียหายที่เกิดขึ้รยังรวมถึงอาคารอพาร์ตเมนต์ 6 ชั้นที่พังถล่มบางส่วนหลังจากถูกขีปนาวุธของรัสเซียโจมตีโดยตรง
คลิปวิดีโอของรอยเตอร์แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำงานท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคาร 9 ชั้น ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นเหนือกรุงเคียฟ และไฟกำลังลุกไหม้ทั่วเมือง
ทิมูร์ ทคาเชนโก หัวหน้าฝ่ายบริหารทางทหารของกรุงเคียฟ กล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บ 56 คน รวมทั้งเด็ก 2 คน และสถานที่ต่างๆ กว่า 30 แห่งทั่วเมืองได้รับความเสียหายจากการโจมตี
“ศัตรูได้จงใจโจมตีพื้นที่อยู่อาศัยและสังหารพลเรือนอีกครั้ง เราได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงเด็กๆ” ทคาเชนโก โพสต์ผ่านเทเลแกรม
ก่อนหน้านี้ คลิตช์โก ระบุว่าผู้บาดเจ็บรวมถึงเจ้าหน้าที่แพทย์และคนขับรถพยาบาล และยังมีประชาชนที่ยังคงติดอยู่ในอาคารที่เสียหาย
ภาพที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นไฟที่ลุกไหม้อย่างควบคุมไม่ได้บนชั้นบนสุดของอาคารบนถนนเชฟเชนโกใจกลางเมือง ขณะที่ในส่วนอื่นๆ ของเมือง หน้าต่างแตกกระจาย และรถยนต์หลายคันถูกทำลาย
ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์กล่าวว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งในกรุงเคียฟ ส่วนเจ้าหน้าที่ในภูมิภาคอื่นๆ โดยรอบเมืองหลวงก็รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ของตนเช่นกัน
ประชาชนจำนวนมากเบียดเสียดกันเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินพร้อมกับเด็กๆ สัมภาระ เต็นท์ และสัตว์เลี้ยง ขณะที่มีการประกาศเตือนภัยทางอากาศครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของยูเครนในชั่วข้ามคืน ซึ่งนับเป็นการโจมตีครั้งร้ายแรงที่สุดของรัสเซียตั้งแต่เดือน มิ.ย.
โปแลนด์ได้ส่งเครื่องบินรบขึ้นบินในวันพฤหัสบดี (2) เพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้า ก่อนที่จะเรียกเครื่องบินเหล่านั้นกลับ และระบุว่าไม่มีการละเมิดน่านฟ้าเกิดขึ้น ขณะที่ฟินแลนด์ประกาศใช้เขตจำกัดการบินชั่วคราวในอ่าวฟินแลนด์ตะวันออก ก่อนจะยกเลิกในภายหลัง
กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงในโพสต์เทเลแกรมว่า "การโจมตีครั้งใหญ่" โดยใช้อาวุธระยะไกลที่มีความแม่นยำสูงจากทางอากาศ ทางบก และทางทะเล รวมถึงโดรน ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารและพลังงาน ตลอดจนสนามบินในเคียฟและสถานที่อื่นๆ
กระทรวงฯ กล่าวว่า นี่คือการตอบโต้ที่ยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของรัสเซีย โดยรัสเซียสามารถยิงโดรนตก 327 ลำในชั่วข้ามคืน ตัวเลขนี้รวมถึงโดรนที่ถูกยิงตกเหนือพื้นที่ที่รัสเซียยึดครองในยูเครนด้วย
เซเลนสกี ได้ยื่นข้อเสนอเจรจากับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี ทว่าผู้นำเครมลินปฏิเสธ
ยูเครนได้ยกระดับโจมตีเข้าไปในดินแดนรัสเซียอย่างหนักหน่วงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ ส่งผลให้เกิดวิกฤตเชื้อเพลิงอย่างกว้างขวางในรัสเซียซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก และกดดันให้รัสเซียต้องนำเข้าน้ำมันเบนซินจากที่ไกลถึงอินเดีย
ที่มา: รอยเตอร์