ตราด - กองบัญชาการกองทัพไทย นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนลงพื้นที่ชายแดนตราด ตรวจสอบผลกระทบจากการสร้างเขื่อนดักตะกอนของภาคเอกชนกัมพูชา ชมวิดีโอบรรยายประวัติการช่วยเหลือชาวเขมรนับแสนคนหนีภัยสงครามพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทยนานกว่า 7 ปี
วันนี้ (2 ก.ค.) พล.อ.ต.ชิตพล ก่อกิจสัมมากุล ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand : AOT-TH) นำโดย พลตรี Gregorio Nieveras OIC, AOT-TH สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เดินทางลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ เพื่อตรวจสอบผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนดักตะกอนของภาคเอกชนกัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเลของประเทศไทย
โดยมี น.ท. คุณวุฒิ รุ่งรัศมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 182 ร่วมให้ข้อมูล ซึ่งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (AOT-TH) ได้เดินสำรวจพื้นที่บริเวณหลักเขต 73 ที่กั้นเขตแดนไทย – กัมพูชา บริเวณบ้านหาดเล็ก รวมทั้งเขื่อนดักตะกอน ที่อยู่ใกล้เคียงกัน
จากนั้นได้เดินทางไปยังศาลาราชการุณย์สภากาชาดไทย บ้านเขาล้าน เพื่อชมนิทรรศการ พร้อมวิดิโอบรรยายประวัติการก่อตั้งศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย เขาล้าน ที่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 พ.ค. พ.ศ.2522 ตามพระราชเสาวนีย์ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพชาวกัมพูชานับแสนคน ที่หนีภัยสงครามในประเทศกัมพูชาเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 7 ปี โดยศูนย์แห่งนี้ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพ และได้ปิดศูนย์เมื่อวันที่ 4 ก.ค. พ.ศ.2529
และยังได้้ดินทางไปยังชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 เข้ารับฟังข้อมูลเกี่ยวกับทุ่นระเบิด พร้อมทั้งตรวจดูหลักฐานทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และทุ่นระเบิดแสวงเครื่อง (IDE) ที่ทหารนาวิกโยธิน สามารถเก็บกู้ได้ตามแนวชายแดนด้านจังหวัดตราด ในช่วงวันที่ 18 ธ.ค. 2568 – 17 ก.พ. 2569 สามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้รวมทั้งสิ้น 186 ทุ่น
สำหรับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สหพันธรัฐมาเลเซีย และสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ รวมทั้งสิ้น 9 ราย
โดยคณะฯ ได้มีโอกาสลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินสถานการณ์ตามแนวชายแดน เพื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์จากพื้นที่จริง นำสู่การจัดทำรายงานที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงอย่างรอบด้านซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการเตรียมความพร้อม หากมีการจัดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) หรือคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในอนาคตต่อไป