แม่ถอนฟ้อง ภิรมย์ภักดีตั้งสภาครอบครัว แต่อีกด้านของบาดแผล "ทราย สก๊อต" จะเหลือใครรับฟัง?
การที่มารดาของ "ทราย สก๊อต" ตัดสินใจถอนฟ้อง และความเคลื่อนไหวของครอบครัวภิรมย์ภักดีในการจัดตั้ง "สภาครอบครัว" เพื่อร่วมกันหาทางออกของปัญหา ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่หลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายความขัดแย้งภายในครอบครัว
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกคำถามหนึ่งที่หลายคนมองว่าไม่ควรถูกกลบไปพร้อมกับกระแสการปรองดอง นั่นคือสิ่งที่ "ทราย สก๊อต" เคยออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับบาดแผลในวัยเด็ก โดยเจ้าตัวอ้างว่าเคยถูกกระทำ ถูกทอดทิ้ง และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบุคคลที่ควรเป็นที่พึ่งของตนเอง จนเป็นเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจออกมาพูดถึงเรื่องราวทั้งหมด
หลายฝ่ายจึงเห็นว่า การถอนฟ้องเป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย ขณะที่การตั้งสภาครอบครัวก็เป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาภายในครอบครัว แต่ทั้งสองประเด็นไม่ควรทำให้สังคมละเลยคำถามสำคัญว่า ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับบาดแผลในอดีตของทรายได้รับการรับฟัง ได้รับการตรวจสอบ และได้รับความเป็นธรรมแล้วหรือยัง
เพราะหากสังคมให้ความสำคัญเฉพาะภาพของการปรองดอง จนมองข้ามเหตุผลที่ทำให้ผู้หนึ่งต้องตัดสินใจออกมาเปิดเผยเรื่องราวของตัวเอง ก็อาจทำให้ประเด็นที่เจ้าตัวพยายามสะท้อนต่อสังคมถูกกลบหายไปโดยไม่ตั้งใจ
ในอีกมุมหนึ่ง หากผู้ที่ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ชีวิตของตนเอง ต้องเผชิญแรงกดดันจากกระแสสังคมให้กลับไปยอมรับกระบวนการที่เขาเชื่อว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมอบความเป็นธรรมให้กับเขา ก็เป็นคำถามที่สังคมควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ผู้ที่อ้างว่าเคยได้รับความเจ็บปวดจะยังมีพื้นที่ใดให้ได้รับการรับฟัง และสามารถแสวงหาความเป็นธรรมได้อีกหรือไม่
ทั้งนี้ การตั้งคำถามดังกล่าวไม่ได้เป็นการตัดสินว่าข้อกล่าวอ้างของฝ่ายใดเป็นจริงหรือไม่ เพราะข้อเท็จจริงย่อมต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่สังคมควรแยกให้ออก คือ การถอนฟ้องและความพยายามสมานรอยร้าวของครอบครัว เป็นคนละประเด็นกับข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับบาดแผลในอดีต ซึ่งสมควรได้รับการรับฟังอย่างรอบด้านและเป็นธรรมเช่นกัน
ท้ายที่สุด การเยียวยาความสัมพันธ์ในครอบครัวอาจเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายปรารถนา แต่การเยียวยาจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อความจริงและความรู้สึกของทุกฝ่ายได้รับการรับฟังอย่างเท่าเทียม โดยไม่ปล่อยให้ความพยายามในการยุติข้อพิพาทของวันนี้ กลายเป็นเหตุให้คำถามเกี่ยวกับบาดแผลในอดีตเงียบหายไปจากสังคม
#NEWS1 รายงาน