xs
xsm
sm
md
lg

บุกทลายเครือข่าย “เจมส์ วัดเลาเต่า” รวบเอเย่นต์ยานรก ยึดไอซ์ 38.4 กก.-ยาบ้ากว่า 2.2 หมื่นเม็ด พร้อมปืน Glock

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นครปฐม - ผู้ว่าฯ นครปฐม นำตำรวจและ ป.ป.ส.แถลงผลทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ หลังขยายผลจากการจับเอเย่นต์ค้ายา ก่อนบุกค้นบ้านหัวหน้าเครือข่าย “เจมส์ วัดเลาเต่า” ยึดไอซ์กว่า 38 กิโลกรัม ยาบ้ากว่า 22,000 เม็ด พร้อมอาวุธปืน เตรียมขยายผลถึงผู้ค้ารายใหญ่ต้นทาง

วันนี้ ( 3 ก.ค.) น.ส.อโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ร่วมกันแถลงผลการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ จับกุมหัวหน้าเครือข่ายฉายา “เจมส์ วัดเลาเต่า” พร้อมของกลางยาไอซ์ 38.4 กิโลกรัม ยาบ้ากว่า 22,000 เม็ด อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง ที่บริเวณลานด้านหน้าศาลากลางจังหวัดนครปฐม

ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจได้ประชุมร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประธานชุมชน เพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวังและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ หลังพบว่าจังหวัดนครปฐมถูกใช้เป็นจุดพักยาเสพติดก่อนกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสเมื่อพบผู้มีพฤติการณ์ต้องสงสัย

ต่อมาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสและเข้าจับกุมนายสมเจต หรือ “ดำ” บุญญะอภิชาต อายุ 50 ปี ได้บริเวณซอยหลังร้าน MR.D.I.Y. สาขาชุมชนตาก้อง ตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม ขณะยืนรอส่งยาบ้าให้ลูกค้า โดยตรวจค้นพบยาบ้า 2,021 เม็ด และยาไอซ์ 92 กรัม พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลาง

จากการสอบสวน นายสมเจตรับสารภาพว่า รับยาเสพติดมาจากนายสุภพิสิษฐ์ หรือ “เจมส์ วัดเลาเต่า” จริงจิตร อายุ 39 ปี ชาวอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ตำบลห้วยพระ อำเภอดอนตูม และสามารถจับกุมตัวนายสุภพิสิษฐ์ได้ พร้อมตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้า 69 เม็ด ยาไอซ์ 3 กรัม เครื่องชั่งดิจิทัล และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ที่จอดอยู่ภายในบ้าน พบกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ ซุกซ่อนยาไอซ์บรรจุในถุงชาสัญลักษณ์ “GUANYINWANG” รวม 39 ห่อ น้ำหนักรวม 38.4 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 20,200 เม็ด ขณะที่การตรวจค้นรถยนต์นิสสัน มาร์ช พบอาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติ Glock 26 ขนาด 9 มิลลิเมตร พร้อมเครื่องกระสุน 10 นัด และซองพกปืน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานายสุภพิสิษฐ์ ฐานจำหน่ายและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) โดยกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในชุมชน เสพยาเสพติด และมีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขยายผล เนื่องจากผู้ต้องหาให้การถึงเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ลักลอบนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ก่อนกระจายส่งต่อไปยังผู้ค้ารายย่อย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้เร่งสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.