ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ชี้ว่าประเทศต่างๆ ในยุโรปกำลังตกต่ำลงไปอยู่ในสถานะ "ประเทศโลกที่สาม" อันเป็นผลมาจากนโยบายคนเข้าเมืองที่ล้มเหลว
ทรัมป์ ถือโอกาสในการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของการลงนามในประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ กล่าวโจมตีพันธมิตรของวอชิงตันอย่างสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรอีกครั้ง
“ยุโรปกำลังเรียนรู้ว่า เมื่อคุณเปิดรับอาชญากรจากประเทศโลกที่สามเข้ามา พวกคุณเองก็จะกลายเป็นประเทศโลกที่สาม มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาเดียว” ผู้นำสหรัฐฯ เขียนในโพสต์บนเว็บไซต์ X เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.
ทรัมป์ ยังบอกเป็นนัยๆ ว่า มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นของเขาเกี่ยวกับคนเข้าเมืองได้ช่วยให้สหรัฐฯ รอดพ้นจากผลลัพธ์เดียวกัน
“ผมได้รับเลือกตั้งมาทันเวลาพอดี!!!” เขากล่าว
แม้จำนวนผู้ขอลี้ภัยที่เดินทางมาถึงสหภาพยุโรปจะลดลงนับตั้งแต่วิกฤตการณ์การอพยพในปี 2015 แต่ประชากรที่เกิดในต่างประเทศในอียูกลับมีจำนวนสูงถึง 64.2 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 20.2 ล้านคนตั้งแต่ปี 2010 ตามรายงานของศูนย์วิจัยและวิเคราะห์ด้านการอพยพแห่ง RFBerlin
นอกจากนี้ ในวันเสาร์ (4) รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ของสหรัฐฯ ก็ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทมส์ โดยกล่าวว่า “การเมืองอังกฤษมีบางอย่างผิดปกติอย่างมาก” และ “ประชาชนต่างเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งสำคัญ”
แวนซ์ กล่าวถึงการลาออกของ เคียร์ สตาร์เมอร์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนที่ 6 ที่ลาออกจากตำแหน่งภายในระยะเวลา 10 ปี เขากล่าวเน้นว่า สหราชอาณาจักร “ถูกผู้นำทำให้ผิดหวังมานานแล้ว” และ “สามารถทำได้มากกว่าที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน”
สัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ เตือนประเทศในสหภาพยุโรปว่าเขาจะเรียกเก็บภาษี 100% สำหรับสินค้าทั้งหมดที่ส่งไปยังอเมริกา หากสหภาพยุโรปเดินหน้าเพิ่มภาษีสำหรับบริการดิจิทัลของบริษัทเทคโนโลยีอเมริกัน
ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้กล่าวกับ มาร์ก รึตเตอ เลขาธิการนาโต ว่าเขารู้สึก “ผิดหวังกับสมาชิกยุโรปส่วนใหญ่” ของนาโต
“ผมแค่ต้องการความภักดี... ในเยอรมนี เรามีทหาร 50,000 นาย แล้วคุณก็ต้องการแค่สิ่งเล็กน้อย – แค่การกระตุ้นเล็กน้อย แค่การเอาใจเล็กน้อย เราไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย และพวกเขากลับบอกว่า ‘ไม่ เราทำไม่ได้’” ทรัมป์ กล่าว
บอริส พิสโตริอุส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนี ตอบโต้ ทรัมป์ เมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยอ้างว่า “แนวคิดของนาโตไม่ใช่การเชื่อฟังอย่างงมงาย แต่เป็น…จิตวิญญาณแห่งการไตร่ตรองอย่างอิสระ” เขาบอกกับนิตยสารแดร์ชปีเกล พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจภายในกลุ่มเกิดขึ้น “โดยฉันทามติอย่างอิสระของรัฐสมาชิกทั้งหมด และโดยไม่ถูกกำหนดโดยรัฐสมาชิกใดรัฐหนึ่ง”
ที่มา: RT