มท. ฉาวไม่พัก! ป.ป.ช.ฟันอดีตนายอำเภอโพธิ์ชัย-พวก ทุจริตเงินยาฆ่าเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ปีงบประมาณ 2555 ซื้อสูงเกินจริง ทำรัฐเสียหายกว่า 9.6 ล้านบาท
วันนี้ (6ก.ย.) คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูล นายเธียรชัย พุทธรังษี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด กับพวกกรณีทุจริตการจัดซื้อสารเคมีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินจากการแพร่ระบาดของศัตรูพืช หรือโรคเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ประจำปีงบประมาณ 2555 จัดซื้อในราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริงเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
จากการไต่สวนปรากฏว่าเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2554 ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้ประกาศให้ 9 ตำบลของอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติจากโรคเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง จึงได้ออกคำสั่งจัดสรรเงินทดลองราชการจำนวน 9,700,000 บาท และมอบหมายให้นายอำเภอโพธิ์ชัยมีอำนาจอนุมัติจ่ายเงินตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อมานายกันยา คงพลปาน เกษตรอำเภอโพธิ์ชัยได้รายงานสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังและเสนอให้ซื้อสารเคมีพิริมิฟอส เมทิล ( Pirimihpos methyl ) โดยใช้ขนาด 1 ขวด 500 CC ต่อพื้นที่เพาะปลูก 1 ไร่ ในราคาขวดละ 1,450 บาท จำนวน 6,689 ขวด เป็นเงินทั้งสิ้น 9,699,050 บาท ซึ่งนายอำเภอโพธิ์ชัยอนุมัติตามที่เสนอทางที่การอนุมัติให้จัดซื้อสารเคมีดังกล่าวจะต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอำเภอโพธิ์ชัย หรือ ก.ช.ภ.อ.โพธิ์ชัย พิจารณาแต่ปรากฏว่านายอำเภอได้สั่งการให้ปลัดอำเภอโพธิ์ชัยจัดทำบันทึกรายงานการประชุมว่าคณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ.โพธิ์ชัย มีมติเห็นชอบให้ใช้งบประมาณจากเงินทดลองราชการที่จังหวัดร้อยเอ็ดจัดสรรให้และเห็นชอบจัดซื้อสารเคมีทั้งที่ไม่มีการประชุมจริง นอกจากนั้นไม่มีการสืบราคาจากท้องตลาดโดยเป็นราคาที่นายวัชเรนทร์ ศิริมงคล เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นผู้กำหนด และนายอำเภอโพธิ์ชัยได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อโดยวิธีพิเศษ และได้เรียกนางประไพ สุรเสน เสมียนตราอำเภอโพธิ์ชัยเข้าไปพบในห้องทำงานและแจ้งว่าจะมีคนนำเอกสารการเสนอราคาจะซื้อสารเคมีมามอบให้และให้เลือกผู้ขายตามเอกสารที่ได้รับมอบหมาย
โดยในวันเดียวกันมีบุคคลนำเอกสารเสนอราคาของบริษัทเอกชน 3 ราย มามอบให้กับนางประไพ ซึ่งในเอกสารของบริษัทมินถาพร จำกัดปรากฏคำว่า "คู่สัญญา" ส่วนบริษัทเอกชนอีก 2 รายปรากฏคำว่า "ผู้ประกบ" ก่อนที่ในวันที่ 4 มกราคม 2555 จะมีการเสนอขอจัดซื้อสารเคมีจำนวน 6,689 ขวดขวดละ 1,450 บาทรวมเป็นเงิน 9,699,050 บาท และมีการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาและตรวจรับพัสดุตามรายชื่อที่นายอำเภอโพธิ์ชัย ได้คัดเลือกแต่คณะกรรมการดังกล่าวไม่ได้ทำหน้าที่ แต่นางประไพ สุรเสน เป็นผู้ดำเนินการและเห็นว่าใบเสนอราคาของบริษัทที่ชนะการประกวดที่ระบุว่าเป็นคู่สัญญาเสนอราคาสูงกว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจึงได้โทรศัพท์ไปต่อรองราคา โดยบริษัทยินดีลดราคา จึงได้เสนอให้จัดซื้อสารเคมีจากบริษัทดังกล่าว และนายอำเภอโพธิ์ชัยก็ได้อนุมัติและลงนามในบันทึกข้อตกลงซื้อขาย โดยต่อมาสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เข้าตรวจสอบการจัดซื้อสารเคมีดังกล่าวมีราคาสูงเกินกว่าความจำเป็นหรือไม่ โดยได้มีการติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่จัดจำหน่ายสารกำจัดแมลงยี่ห้อเดฟเทลิค ซึ่งเป็นยี่ห้อเดียวกันที่จัดซื้อจากบริษัทเอกชนดังกล่าว ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้แจ้งใบเสนอราคาฉบับลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 ระบุว่ายากำจัดแมลงยี่ห้อ เดฟเทลิค ชื่อสามัญพิริมิฟอส เมทิล ขนาดบรรจุ 1 ลัง 12 ขวดๆ ละ 500cc ราคาเงินสดหลังละ 2,520 บาท รวมค่าขนส่งเฉลี่ยขวดละ 210 บาท
อีกทั้งการสืบค้นในเว็บไซต์ขายสารเคมีแสดงข้อมูลรายการสารเคมียี่ห้อโพโดลิค ชื่อสามัญพิริมิฟอส เมทิล 50% EC ขนาด 1 กล่อง 12 ขวดๆละ 500 CC ราคาขวดละ 220 บาท จึงเห็นว่านายอำเภอโพธิ์ชัยได้จัดซื้อสารเคมีในราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริงถึงขวดละ 1,240 บาท เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหายคิดเป็นเงินประมาณ 8,294,360 บาท อีกทั้งยังพบว่าบริษัทเอกชน 3 แห่งที่เสนอประกวดราคามีความเกี่ยวข้องกันเจ้าของเดียวกัน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลนายเธียรชัย พุทธรังษี นายอำเภอโพธิ์ชัย และ นางประไพ สุรเสน มีมูลความผิดทางอาญา และความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ส่วนกรรมการผู้จัดการบริษัทเอกชนมีความผิดเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ และบริษัทมิถาวร จำกัด รวมทั้งผู้บริหาร ไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาข้อกล่าวหาไม่มีมูลจึงให้ข้อกล่าวหาตกไป ส่วนเจ้าหน้าที่รายอื่นไม่ปรากฏข้อเท็จจริงไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาข้อกล่าวหาไม่มีมูลจึงให้ข้อกล่าวหาตกไป ขณะที่เจ้าหน้าที่บางรายมีมูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรงแต่ได้เกษียณอายุราชการและได้ลาออกจากราชการไปแล้วจึงไม่มีเหตุที่จะส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการ ส่วนใน LINE ของนายวัชเรนทร์ ศิริมงคล ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบเนื่องจากเสียชีวิต โดยปปชจะส่งสำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญาและส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการเอาผิดทางวินัยต่อไป