มุกดาหาร - ตำรวจแถลงความคืบหน้าคดีเด็กชายอายุ 11 ขวบขับรถกระบะชนขบวนพระธุดงค์ ยืนยันชัดเจนเด็กเป็นผู้ขับรถคันเกิดเหตุ หลังสอบพยานไปแล้ว 28 ปาก พร้อมเตรียมพิจารณาดำเนินคดีแม่และยายในประเด็นปล่อยปละละเลยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ส่วนตัวเด็กยังไม่สามารถสอบปากคำได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรักษาและคุ้มครองสวัสดิภาพที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ จังหวัดอุบลราชธานี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 ก.ค.) พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะพนักงานสอบสวน และตัวแทนบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร แถลงสรุปความคืบหน้าคดีเด็กชายอายุ 11 ขวบขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ จนเป็นเหตุให้พระภิกษุมรณภาพและได้รับบาดเจ็บหลายรูป
พ.ต.อ.อำนาจเปิดเผยว่า ตำรวจได้ประชุมเร่งรัดการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน อัยการจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว แพทย์ และนักจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปความคืบหน้าของสำนวนคดี โดยขณะนี้สอบปากคำพยานไปแล้ว 28 ปาก ทั้งพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม และบุคคลที่เกี่ยวข้องจากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ ยืนยันได้ว่าเด็กชายอายุ 11 ขวบเป็นผู้ขับรถกระบะคันเกิดเหตุ โดยมีทั้งพยานในที่เกิดเหตุ และภาพจากกล้องวงจรปิดบางจุดที่เห็นว่าภายในรถมีผู้นั่งอยู่เพียงคนเดียว รวมถึงมีพยานให้การว่าหลังเกิดเหตุได้เข้าไปช่วยเด็กออกมาจากรถ
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยอมรับว่าประเด็นที่ทุกฝ่ายยังสงสัย คือเด็กสามารถขับรถออกจากบ้านและควบคุมรถไปได้อย่างไร เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าเคยมีผู้ใหญ่สอนเด็กขับรถมาก่อน จึงต้องสอบผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม ทั้งแพทย์ นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก เพื่อประเมินความสามารถของเด็กว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหารระบุว่า การดำเนินคดีจะแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ การดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายในส่วนของเด็ก และการพิจารณาความรับผิดของผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก ในส่วนของผู้ปกครอง ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาความผิดฐานปล่อยปละละเลย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก โดยบุคคลที่อยู่ในข่ายพิจารณาคือแม่และยายของเด็ก เนื่องจากต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าในช่วงเกิดเหตุใครเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลเด็กโดยตรง
พ.ต.อ.อำนาจระบุอีกว่า จากข้อมูลเบื้องต้น ยายมีชื่ออยู่ในสำนวนในฐานะบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดเด็กในวันเกิดเหตุ แต่ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ส่วนแม่ของเด็กขณะนี้อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อดูแลลูก และยังไม่สามารถให้การได้ เนื่องจากอยู่ในภาวะช็อก เครียดอย่างหนัก และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเช่นกัน
อีกหนึ่งประเด็นที่ตำรวจต้องตรวจสอบ คือการดูแลเรื่องการให้ยาเด็กตามแพทย์สั่ง เนื่องจากจากการหารือกับแพทย์ พบว่าหากเด็กไม่ได้รับยาตามเวลา อาจส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมได้ ซึ่งอาจเป็นข้อบกพร่องด้านการดูแล แต่ทั้งหมดต้องรอการสรุปจากพยานหลักฐานและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง
ด้านตัวแทนบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ขณะนี้เด็กชายอายุ 11 ขวบ อยู่ระหว่างการรักษาที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดอุบลราชธานี และอยู่ในกระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หลังจากโรงพยาบาลรักษาและประเมินอาการแล้วจะส่งตัวเด็กกลับมายังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร จากนั้นทีมสหวิชาชีพจะประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กต่อไป
ตัวแทนบ้านพักเด็กฯ ระบุว่า ก่อนหน้านี้เด็กเคยมาอยู่ที่บ้านพักเด็กจังหวัดมุกดาหารประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ยังไม่สามารถพูดคุยหรือสอบถามรายละเอียดใดๆ ได้ เนื่องจากเด็กไม่สามารถให้ข้อมูลได้ และมีอาการวิ่งไปมาตลอดเวลา
สอดคล้องกับข้อมูลของ พ.ต.อ.อำนาจ ที่ระบุว่า จากการสอบถามแพทย์เด็กยังไม่สามารถตอบคำถามหรือสื่อสารให้เข้าใจได้ และมีลักษณะเหมือนไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แตกต่างจากเด็กทั่วไปที่เมื่อเจอเหตุร้ายแรง มักมีอาการตกใจหรือร้องไห้ แต่เด็กไม่มีอาการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ยังสอบปากคำเด็กไม่ได้ แต่ตำรวจยืนยันว่ากระบวนการตามกฎหมายยังสามารถดำเนินต่อไปได้ เพราะกฎหมายมีขั้นตอนรองรับในกรณีที่เด็กไม่สามารถให้การได้