xs
xsm
sm
md
lg

ราคาน้ำมันโลกลดลง เศรษฐกิจไทยเร่งไม่ขึ้น ติดกับดักปัญหาเชิงโครงสร้าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ราคาน้ำมันโลกลดลง
เศรษฐกิจไทยเร่งไม่ขึ้น
ติดกับดักปัญหาเชิงโครงสร้าง


การคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ถือเป็นปัจจัยบวกที่ตลาดโลกตอบรับอย่างรวดเร็ว หลังความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานลดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จนเกือบกลับไปอยู่ในระดับก่อนเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

ตลาดน้ำมันโลกส่งสัญญาณชัดเจนว่า นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยทั้งราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดลอนดอน และราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) กลับมามีราคาใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ ควรได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง เพราะต้นทุนด้านพลังงานลดลง ต้นทุนการขนส่งและการผลิตปรับตัวดีขึ้น แรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง และประชาชนควรเหลือรายได้สำหรับการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ภาพเศรษฐกิจไทยกลับไม่ได้ฟื้นตัวอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง

แม้ต้นทุนพลังงานจะลดลง แต่แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนจำนวนมากยังต้องนำรายได้ไปชำระหนี้มากกว่าการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ ยังขยายตัวได้ไม่เต็มศักยภาพ

อีกด้านหนึ่ง ภาคธุรกิจไทยยังอยู่ในช่วงของการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ อุตสาหกรรมดั้งเดิมหลายประเภทต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าราคาถูกจากจีน ขณะที่การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ หรืออุตสาหกรรมสีเขียว ยังเกิดขึ้นในวงจำกัด ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

ข้อมูลของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สะท้อนภาพดังกล่าวได้อย่างชัดเจนว่า แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 เป็นเติบโต 2.3% แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังอยู่ในลักษณะเติบโตไม่เท่าเทียม

อีกประเด็นที่น่ากังวลคือ แม้การส่งออกของไทยจะมีแนวโน้มขยายตัว แต่การลงทุนใหม่จำนวนมากกลับใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและระบบอัตโนมัติ ส่งผลให้การจ้างงานไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกับมูลค่าการลงทุน แตกต่างจากในอดีตที่เม็ดเงินลงทุนสามารถสร้างงานจำนวนมากและกระจายรายได้สู่ประชาชนในวงกว้าง

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งจะทำให้จำนวนแรงงานลดลงในระยะยาว หากผลิตภาพแรงงานไม่เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจไทยก็มีแนวโน้มเติบโตได้ช้าลง แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากต่างประเทศในเรื่องราคาน้ำมันโลกก็ตาม

ดังนั้น การที่ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงจึงยังไม่ได้เป็นปัจจัยที่เร่งให้เศรษฐกิจไทยทะยานไปข้างหน้ามากนัก เพราะปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ทั้งหนี้ครัวเรือนที่สูง ความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง ผลิตภาพแรงงานที่เติบโตช้า และการที่ประโยชน์จากการลงทุนยังไม่กระจายสู่ผู้ประกอบการรายย่อยอย่างทั่วถึง

ช่วงเวลาที่ราคาพลังงานเริ่มทรงตัวในระดับต่ำ อาจเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยควรเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ ทั้งการยกระดับทักษะแรงงาน สนับสนุนเอสเอ็มอีให้เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ ส่งเสริมการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างจริงจัง

เพราะสุดท้ายแล้ว ราคาน้ำมันที่ลดลงอาจช่วยให้ต้นทุนของเศรษฐกิจเบาลง แต่การทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอย่างแข็งแรงและทั่วถึง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสามารถแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งประเทศมานาน ไม่ใช่อาศัยเพียงปัจจัยบวกจากสถานการณ์โลกเพียงอย่างเดียว