เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซ 2 ลำถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซในวันอังคาร (7 ก.ค.) โดยที่ลำหนึ่งเป็นเรือบรรทุกก๊าซแอลเอ็นจีที่มีความเสี่ยงจะเกิดการระเบิด ขณะที่มีฝูงชนขนาดมหึมาออกมาแสดงความไว้อาลัย อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ของอิหร่าน เมื่อศพของเขาเคลื่อนผ่านเมืองกอม ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาอิสลามนิกายชิอะห์ สำหรับทางด้านทรัมป์ขู่ฟื้นสงคราม ถ้าเตหะรานไม่ยอมทำข้อตกลง ขณะที่เลขาธิการสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่านเยาะผู้นำสหรัฐฯ ดีแต่เพ้อเจ้อ
กาตาร์ได้ออกมาแถลงประณามอิหร่านว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวขนาดยักษ์ของตน ซึ่งมีชื่อว่า “อัล เรคายยัต” โดยมีรายงานว่าเรือลำนี้ถูกโจมตีในคืนวันจันทร์จากโดรนลำหนึ่ง ทำให้เกิดไฟไหม้ที่ห้องเครื่องของเรือ
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงการขนส่งทางทะเลหลายราย ซึ่งเล่าเหตุการณ์นี้ให้รอยเตอร์ฟังระบุว่า ลูกเรือทั้งหมดของเรือลำนี้ปลอดภัย และกำลังถูกอพยพออกจากเรือ ทว่าไฟที่ไหม้เรืออยู่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เรือเกิดการระเบิด
นอกจากนั้น แหล่งข่าวเหล่านี้ระบุด้วยว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบติดธงซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นเรือบรรทุกน้ำมันยักษ์ระดับซูเปอร์แทงเกอร์ชื่อ เวดยัน ก็ได้รับความเสียหายที่บริเวณนอกชายฝั่งของโอมาน แต่สาเหตุเกิดจากอะไรยังไม่เป็นที่ชัดเจนในขณะนี้
ในการแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ มาเจด อัล อันซารี เขาได้เรียกเหตุการณ์ที่เกิดกับเรือของกาตาร์ว่า เป็นการโจมตีที่ไม่อาจยอมรับได้ต่อความมั่นคงของการเดินเรือระหว่างประเทศและซัปพลายพลังงานโลก และเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
เขาเรียกร้องให้อิหร่านยุติพฤติการณ์คุกคามความมั่นคงและการเดินเรือทะเลในภูมิภาคแถบนี้โดยทันที พร้อมกับบอกว่าเตหะรานต้องรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างเต็มที่สำหรับการก่อเหตุโจมตีเช่นนี้ตลอดจนความเสียหายหรือผลต่อเนื่องใดๆ ที่ติดตามมา
ทางด้านอิหร่านนั้นในเฉพาะหน้านี้ยังไม่ได้ออกมาแถลงใดๆ ส่วนทางสหรัฐฯ มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งพูดแบบขอสงวนนามกล่าวว่า ข้อบ่งชี้ต่างๆ ในเบื้องต้นแสดงว่าอิหร่านได้ยิงใส่เรือพาณิชย์ 2 ลำ
เหตุการณ์ 2 รายนี้ซึ่งเป็นรายงานการโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซแรกสุดที่ปรากฏออกมานับตั้งแต่การจัดพิธีไว้อาลัยคอเมเนอีเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่ายังคงไม่มีความมั่นคงปลอดภัยสำหรับการเดินเรือในย่านอ่าวเปอร์เซีย
ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์(6) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า อิหร่านต้องยอมบรรลุข้อตกลง ไม่เช่นนั้นอเมริกาจะลงมือจัดการให้สงครามสิ้นสุด และเสริมว่า ไม่ต้องการให้กระทบกับประชาชนอิหร่าน 91 ล้านคน แต่สำทับว่า อเมริกาสามารถถล่มสะพานต่างๆ ในอิหร่านภายในชั่วโมงเดียว รวมถึงทำลายซัปพลายพลังงานของอิหร่าน
ทรัมป์ยังอ้างว่า ขณะนี้อิหร่านไม่มีเงินแล้วเนื่องจากอเมริกาไม่อนุมัติเงินให้
ทว่า โมฮัมหมัด บาเกอร์ โซลกัดร์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน โต้ว่า คำขู่ดังกล่าวเป็นแค่ความเพ้อเจ้อของทรัมป์ และเสริมว่า คนอิหร่านไม่คุ้นกับคำขู่แบบนั้น อเมริกาจึงควรพูดคุยอย่างให้เกียรติ ไม่เช่นนั้นอิหร่านจะตอบโต้ด้วยภาษาอื่น
เอพีระบุว่า อเมริกากระตือรือร้นเดินหน้าเจรจากับอิหร่านเพื่อเปิดฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ จำกัดโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน และบรรลุข้อตกลงยุติสงครามถาวรที่อเมริกาและอิสราเอลเป็นฝ่ายเปิดสงครามต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
กระนั้น การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซหลายครั้งก่อนหน้านี้ ทำให้อเมริกาโจมตีตอบโต้ ซึ่งตามมาด้วยการล้างแค้นของอิหร่านที่พุ่งเป้าที่ฐานทัพของอเมริกาในอ่าวอาหรับ และเพิ่มความเสี่ยงที่สถานการณ์อาจกลับมาปะทุอีกครั้ง
นอกจากนั้น การเจรจาระหว่างอิหร่านกับอเมริกายังถูกระงับไว้จนกว่าจะเสร็จสิ้นพิธีศพ คอเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศระลอกแรกของอเมริกาและอิสราเอล ขณะที่ปรากฏสัญญาณชัดเจนขึ้นว่า คนอิหร่านที่ไปร่วมไว้อาลัยคอเมเนอี มีอารมณ์ความรู้สึกเรียกร้องให้สังหารทรัมป์เพื่อล้างแค้น
ทั้งนี้หลังจากมีการจัดพิธีไว้อาลัยในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ขณะนี้ร่างของคอเมเนอีถูกเคลื่อนย้ายไปยังเมืองกอม ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของนิกายชีอะต์ โดยที่รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันอังคาร (7) มีประชาชนมากมายออกมาเข้าร่วมขบวนแห่ไว้อาลัยจำนวนเป็นหลายแสนคน
(ที่มา: รอยเตอร์/เอพี)