ตร.ขยายผลเครือข่ายรับจ้าง "หิ้วของ" ข้ามชาติ เตือนอย่ารับฝากสัมภาระผู้อื่น หลังร.ต.อ.หญิงสังกัดรพ.ตำรวจ ถูกหลอกขนกัญชาไปจีน ล่าสุดตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว
วันนี้ (8 ก.ค.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าขยายผลเครือข่ายรับจ้าง หิ้วของ ไปต่างประเทศ หลังพบขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติใช้ผู้รับจ้างขนสัมภาระเป็นเครื่องมือ โดยเป็นอีกคดีนอกเหนือจากกรณี "แอร์ฯ มีนา"
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมกราคม 2569 เมื่อร.ต.อ.หญิงรายหนึ่งรับจ้างขนกระป๋องลูกเดือย 30 กระป๋อง ผ่านเพจรับหิ้วสินค้า ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวไปประเทศจีน ก่อนถูกทางการจีนจับกุม หลังตรวจพบกัญชาซุกซ่อนอยู่ภายในกระป๋อง โดยถูกควบคุมตัวสอบสวนนานกว่า 2 เดือน ก่อนอัยการจีนมีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากพบหลักฐานว่าตกเป็นเหยื่อของขบวนการรับจ้างหิ้วสินค้า และไม่ทราบว่ามีกัญชาซุกซ่อนอยู่ในสิ่งของที่รับฝาก ก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และหน่วยงานต้นสังกัดของตำรวจหญิง อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าคดีลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการค้ายาเสพติดได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยใช้โซเชียลมีเดียหรือเพจรับหิ้วสินค้าเป็นช่องทางว่าจ้างบุคคลที่ไม่รู้จักให้ลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมาย
โฆษก ตร. เตือนประชาชนไม่ควรรับฝากหรือรับจ้างขนสิ่งของของผู้อื่นไปต่างประเทศ แม้จะได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อย เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรม และต้องรับโทษตามกฎหมายของประเทศปลายทาง
ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนว่าตำรวจหญิงทราบหรือไม่ว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป ต้องรอผลการสืบสวนเชิงลึกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานต้นสังกัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทางวินัยแล้ว หากพบว่ามีความผิด จะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
นอกจากนี้ มีรายงานว่า โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของร.ต.อ.หญิง รายดังกล่าว ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขณะที่ บช.ปส. อยู่ระหว่างขยายผลหาต้นตอของกัญชาที่ถูกลักลอบซุกซ่อนในกระป๋องลูกเดือย เพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป.