xs
xsm
sm
md
lg

สส.ปชป.แฉ ไทยมี "โรงแรมเถื่อน" กว่า 8 หมื่นแห่ง จี้ "อนุทิน" เร่งจัดการ หวั่นต่างชาติสีเทาแฝงตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สส.ปชป.แฉ ไทยมี "โรงแรมเถื่อน" กว่า 8 หมื่นแห่ง จี้ "อนุทิน" เร่งจัดการ หวั่นต่างชาติสีเทาแฝงตัว

ปัญหาโรงแรมและที่พักไม่มีใบอนุญาต กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลัง นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเพียงประมาณ 20,000 แห่ง ขณะที่ยังมีโรงแรมและที่พักอีกกว่า 80,000 แห่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70-80% ของที่พักทั้งหมด ที่ยังอยู่นอกระบบและไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง

นายชัยชนะ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในประเทศไทย โดยตามกฎหมาย ผู้ประกอบการโรงแรมมีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูลผู้เข้าพักชาวต่างชาติให้กรมการปกครองและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับทราบ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและติดตามข้อมูลผู้เข้าพัก

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า แม้ในกลุ่มโรงแรมที่ได้รับอนุญาตประมาณ 20,000 แห่ง ก็ยังมีเพียงราว 12,000 แห่ง เท่านั้นที่ส่งข้อมูลผู้เข้าพักเข้าสู่ระบบ ขณะที่โรงแรมและที่พักที่ไม่มีใบอนุญาตอีกกว่า 80,000 แห่ง ไม่ได้อยู่ในระบบการรายงานข้อมูลของภาครัฐ ทำให้เกิดช่องว่างในการตรวจสอบและติดตามผู้เข้าพักชาวต่างชาติ

นายชัยชนะ ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะอาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีอาศัยช่องว่างของระบบเข้ามาเคลื่อนไหว หรือใช้ประเทศไทยเป็นฐานดำเนินการในรูปแบบต่าง ๆ จึงเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งอุดช่องโหว่ดังกล่าวโดยเร็ว

พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกรมการปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ผลักดันให้ผู้ประกอบการที่พักเข้าสู่ระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมยกระดับการจัดเก็บข้อมูลผู้เข้าพักชาวต่างชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล ลดช่องว่างของระบบ และสร้างมาตรฐานการแข่งขันที่เป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นการเปิดเผยและข้อเสนอของนายชัยชนะ เดชเดโช ซึ่งอยู่ระหว่างรอท่าทีและมาตรการจากกระทรวงมหาดไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีการดำเนินการในประเด็นดังกล่าวอย่างไรต่อไป

#NEWS1 รายงาน