ย้อนเจาะลึก จุดเริ่มต้นกัญชาไทยดังไปทั่วโลก จากปากนายก "กัญชาพารวย"
นโยบายกัญชาเคยเป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย และเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะคำปราศรัยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยในขณะนั้น ที่กล่าวถึงแนวคิด "กัญชาพารวย" จนกลายเป็นวลีที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน
คำปราศรัยดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 ที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส โดยนายอนุทินกล่าวต่อประชาชนว่า เมื่อกัญชาไม่เป็นยาเสพติดแล้ว ประชาชนสามารถปลูกได้ครัวเรือนละ 6 ต้น นำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ประกอบอาหาร หรือจำหน่ายให้หน่วยงานของรัฐ พร้อมยกตัวอย่างว่าจะมีการรับซื้อในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 70,000 บาท ซึ่งถูกสรุปเป็นแนวคิดว่า "กัญชาเป็นยาพารวย"
ต่อมา หลังพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล นโยบายกัญชาถูกผลักดันอย่างต่อเนื่อง จนประเทศไทยปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 เมื่อปี 2565 ส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย ทั้งในด้านการแพทย์ ธุรกิจ และการท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องการกำกับดูแล การใช้ในเยาวชน และผลกระทบต่อสังคม จนหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายควบคุมที่ชัดเจนมากขึ้น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คำว่า "กัญชาพารวย" จึงไม่ได้เป็นเพียงคำปราศรัยหาเสียง หากแต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของนโยบายกัญชาเสรีของไทย ที่สร้างทั้งความหวังทางเศรษฐกิจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ควบคู่กันไป ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเดินหน้าปรับทิศทางนโยบายกัญชา ให้กลับมาเน้นการใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น
#NEWS1 รายงาน