บรรดาผู้ซื้อรถยนต์ในสิงคโปร์ จำเป็นต้องจ่ายเงินเกือบ 100,000 ดอลลาร์(ราว 3.3 ล้านบาท) สำหรับค่าใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ หลังจากค่าใช้จ่ายในระบบโควตาจำกัดจำนวนรถยนต์ของประเทศ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก เมื่อวันพุธ(8ก.ค.)
สิงคโปร์ มีจัดการประมูล "ใบอนุญาตครอบครองรถยนต์" (Certificate of Entitlement) ในจำนวนที่กำหนดไว้เป็นประจำ เปิดทางสำหรับการครอบครองรถยนต์เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งช่วยจำกัดจำนวนยานยนต์บนท้องถนนอยู่ที่ราวๆ 1 ล้านคัน
ทั้งนี้สิงคโปร์มีประชากรทั้งสิ้น 6.1 ล้านคน และสามารถขับรถเดินทางไปทั่วประเทศได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
ระบบประมูลดังกล่าว ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นเมืองที่มีราคาแพงที่สุดในโลก สำหรับการซื้อหารถยนต์คันหนึ่งๆ
เวลานี้ค่าใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดเล็ก หรือรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1.6 ลิตร เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าจากระดับก่อนเกิดโรคระบาดโควิด-19 และไม่มีสัญญาณว่าจะถูกลง
ระหว่างตอบคำถามในรัฐสภาเกี่ยวกับราคาที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเดือนพฤษภาคม ทาง เจฟฟรีย์ ซิโอว รัฐมนตรีคมนาคม บอกว่าอุปสงค์ยังคงมีมากมาย สืบเนื่องจากการแข่งขันทางราคาของรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันจำนวนใบรับรองสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กที่เหลืออยู่ในการประมูล ก็มีแนวโน้มลดลง
ราคาใบอนุญาตครอบครองรถยนต์เพียงอย่างเดียวในสิงคโปร์ในปัจจุบัน เทียบกันแล้วก็พอๆกับการซื้อรถยนต์โตโยต้า โคโรลลา ได้ถึง 4 คันในสหรัฐฯ ขณะที่รถยนต์รุ่นเดียวกันนี้ในสิงคโปร์ พร้อมใบอนุญาตครอบครองรถ ค่าจดทะเบียนและภาษี ราคาจะพุ่งไปถึง 179,888 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์(ประมาณ 139,000 ดอลลาร์สหรัฐฯหรือ 4.6 ล้านบาท)
ตังเลขดังกล่าวถือว่าสูงพอสมควร เมื่อเทียบกับเงินเดือนเฉลี่ยต่อปีของครัวเรือนในประเทศแห่งนี้ ซึ่งอยู่ที่ 149,352 ดอลลาร์สิงคโปร์(ราว 3.85 ล้านบาท) ในขณะที่ห้องพักแฟลตขนาดเล็กที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมีราคาเริ่มต้นที่ 139,000 ดอลลาร์สิงคโปร์(ราว 3.6 ล้านบาท)
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคม 2023 ราคาใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดใหญ่ในสิงคโปร์ พุ่งเกิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ(ราว 3.3 ล้านบาท) ส่วนรถยนต์ขนาดเล็กอยู่ที่ประมาณ 77,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ(ราว 2.6 ล้านบาท)
ผู้ผลิตรถยนต์หลายราย ตัดสินใจปรับลดสมรรถนะเครื่องยนต์ของรถรุ่นยอดนิยมสำหรับตลาดสิงคโปร์ เพื่อที่รถยนต์ของพวกเขาจะได้เข้าเกณฑ์สำหรับใบรับรองที่มีราคาถูกกว่า
(ที่มา:รอยเตอร์ส)