จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “เต้ย ศรีสุดา” โพสต์คลิปวิดีโอขณะเข้าตรวจสอบหญิงชาวกัมพูชาที่เปิดแผงขายแกงถุงภายในตลาดแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นแรงงานต่างด้าวที่อาจลักลอบประกอบอาชีพโดยผิดกฎหมาย ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายด่วน 191 เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย โดยคลิปดังกล่าวได้รับความสนใจและถูกแชร์ในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก
ล่าสุด วันนี้ (9 ก.ค.69) เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ น.ส.ศรีสุดา นิวาสธรรมรัตน์ หรือ “เต้ย ศรีสุดา” ทีมงานไทยไม่ทน ผู้ถ่ายคลิปและเจ้าของโพสต์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดินทางไปซื้ออาหารภายในตลาดย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้พบหญิงชาวกัมพูชาขายแกงถุงตามปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพบเห็นและบันทึกภาพไว้แล้ว แต่เมื่อกลับมาเห็นยังคงมีการขายอยู่ จึงตัดสินใจโทรแจ้งสายด่วน 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
น.ส.ศรีสุดา กล่าวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึง ได้สอบถามหญิงต่างด้าวรายดังกล่าว ซึ่งอ้างว่าเป็นเพียงลูกจ้างและมีนายจ้างเป็นคนไทย แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือขายเอง หากไม่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมายก็ถือว่าผิด อีกทั้งการค้าขายยังเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย และในวันเกิดเหตุไม่มีนายจ้างมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ แม้ผู้ต้องหาจะพยายามโทรศัพท์เรียกนายจ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดเดินทางมาพบตำรวจหรือแสดงตัวรับผิดชอบ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตต่าง ๆ แต่ผู้ต้องหาไม่สามารถนำมาแสดงได้ จึงถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
น.ส.ศรีสุดา ยังฝากถึงประชาชนว่า หากพบเห็นแรงงานต่างด้าวลักลอบประกอบอาชีพผิดกฎหมายหรือแย่งอาชีพคนไทย ควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเจ้าหน้าที่ผ่านสายด่วน 191 พร้อมเฝ้าสังเกตการณ์ในระยะที่ปลอดภัย เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงก็สามารถชี้จุดให้เข้าตรวจสอบได้ทันที
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณตลาดที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของเอกชน ซึ่งการเข้าบันทึกภาพภายในตลาดจะต้องดำเนินการขออนุญาตตามขั้นตอนจากผู้ดูแลพื้นที่ก่อนล่วงหน้า จึงไม่สามารถบันทึกภาพได้
ด้านการดำเนินคดี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่, พ.ต.ท.ราเชนทร์ ถนัดพจนามาตย์ รอง ผกก.ป.สภ.บางใหญ่ และ พ.ต.ท.พงศ์ศักดิ์ จูมแพง สวป.(ชส.) สภ.บางใหญ่ หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีแรงงานต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงานลักลอบค้าขาย ซึ่งเป็นอาชีพสงวนของคนไทย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและฝ่ายป้องกันปราบปรามลงพื้นที่ตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบ น.ส.นวล อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา กำลังขายอาหารอยู่ภายในตลาด จึงควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา ได้แก่ 1.เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่กฎหมายกำหนด
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่งฟ้องศาล และดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อผลักดันกลับประเทศต่อไป