นายสาธิต วงศ์หนองเตย ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics แสดงความกังวลต่อแนวโน้มฐานะการคลังของประเทศ โดยระบุว่า หากรัฐบาลไม่สามารถเพิ่มรายได้ของรัฐ หรือควบคุมรายจ่ายประจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในอนาคตอาจเกิดสถานการณ์ที่ รายได้ของรัฐไม่เพียงพอต่อการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ จนต้องกู้เงินมาดำเนินการ
นายสาธิตอธิบายว่า ปัจจุบันรัฐบาลยังคงกู้เงินเพื่อนำไปใช้ลงทุน แต่หากรายได้จากการจัดเก็บภาษีไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่รายจ่ายประจำ โดยเฉพาะเงินเดือนและสวัสดิการของภาครัฐ เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า รัฐบาลต้องเผชิญแรงกดดันทางการคลังมากขึ้น
เขามองว่า ทางออกสำคัญคือการปฏิรูปทั้งด้านรายรับและรายจ่ายของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างภาษี การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ รวมถึงการควบคุมรายจ่ายประจำของภาครัฐ หากไม่สามารถดำเนินการได้ อาจต้องพิจารณาปรับกฎหมายเกี่ยวกับเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะอาจส่งผลต่อวินัยการคลังของประเทศ
สำหรับแนวคิดการปรับลดสวัสดิการของข้าราชการ นายสาธิตเห็นว่า ไม่ควรกระทบต่อสิทธิของข้าราชการที่ปฏิบัติราชการอยู่หรือผู้ที่เกษียณอายุแล้ว เนื่องจากถือเป็นเงื่อนไขที่รัฐให้คำมั่นไว้ตั้งแต่เข้ารับราชการ แต่สำหรับข้าราชการที่จะเข้ารับราชการในอนาคต รัฐอาจพิจารณาปรับรูปแบบสวัสดิการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการคลัง เช่น การใช้ระบบประกันสุขภาพในรูปแบบที่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
นายสาธิตยังเห็นว่า การปฏิรูประบบราชการเป็นอีกประเด็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยอาจพิจารณาลดตำแหน่งที่หมดความจำเป็น ใช้มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดในบางส่วน และไม่เปิดรับอัตราทดแทนในตำแหน่งที่สามารถปรับลดได้ เพื่อให้โครงสร้างกำลังคนของภาครัฐมีความเหมาะสมกับภาระงบประมาณในระยะยาว
ทั้งนี้ นายสาธิตย้ำว่า หากรัฐบาลไม่เร่งวางแผนบริหารรายได้และควบคุมรายจ่ายตั้งแต่วันนี้ ปัญหาทางการคลังอาจทวีความรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในอนาคต
หมายเหตุ : เป็นการให้สัมภาษณ์ของ นายสาธิต วงศ์หนองเตย ในรายการ The Politics ซึ่งสะท้อนมุมมองและข้อวิเคราะห์ของผู้ให้สัมภาษณ์
#News1 รายงาน