ประเด็น "เขื่อนดักตะกอน" บริเวณบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมยอมรับว่า เขื่อนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชายฝั่งไทย และอาจเกี่ยวข้องกับอธิปไตยทางทะเล ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยกลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ในการหารือกับกัมพูชา
พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า เขื่อนดักตะกอนตั้งอยู่ในเขตแดนของกัมพูชา สร้างขึ้นเพื่อรองรับท่าเรือท่องเที่ยว แต่กลับทำให้ตะกอนทรายสะสมอยู่ฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้ชายฝั่งบ้านหาดเล็กของไทยเผชิญปัญหาคลื่นกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ปัญหานี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2541 และยังต้องรอให้สถานการณ์ระหว่างสองประเทศคลี่คลาย จึงจะสามารถเดินหน้าพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องใช้ช่องทางกระทรวงการต่างประเทศภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ ตอบทันทีว่า "ถูกต้อง" พร้อมย้ำว่า เขื่อนดังกล่าวอยู่นอกอาณาเขตของไทย และเกี่ยวข้องกับพื้นที่ทางทะเลระหว่างสองประเทศ
เมื่อถูกถามต่อว่า หลายฝ่ายกังวลว่าเขื่อนดักตะกอนอาจส่งผลกระทบต่ออธิปไตยทางทะเลของไทยหรือไม่ เจ้าตัวตอบสั้น ๆ ว่า "ก็ถูกอีก" พร้อมระบุว่า หากสถานการณ์ดีขึ้น ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องกลับมาเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีที่ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ประกาศไม่ให้มีการรื้อถอนเขื่อนดักตะกอน
คำตอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีเพียงสามคำสั้น ๆ
"ก็ไม่รู้"
คำตอบดังกล่าวกลายเป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตามอง เพราะก่อนหน้านี้ พล.ท.อดุลย์ ยอมรับทั้งว่าเขื่อนดักตะกอนส่งผลกระทบต่อชายฝั่งไทย กระทบต่ออธิปไตยทางทะเล และจำเป็นต้องใช้กลไก UNCLOS ในการแก้ไขปัญหา แต่เมื่อถูกถามถึงท่าทีล่าสุดของสมเด็จฮุน เซน กลับตอบเพียงว่า "ก็ไม่รู้" โดยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม
ปัญหาเขื่อนดักตะกอนบริเวณบ้านหาดเล็ก จึงยังคงเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ที่ต้องรอการเจรจาระหว่างสองประเทศ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูล : วาสนา นาน่วม
#NEWS1 รายงาน