4 องค์กรภาคประชาชน ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค, มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ออกแถลงการณ์ร่วม พร้อมส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ พร้อมระบุว่า รัฐไม่ควรใช้มาตรการลดราคาน้ำมันในลักษณะ "หลอกลวงประชาชน เพื่ออุ้มผลประโยชน์โรงกลั่นน้ำมัน"
ทั้ง 4 องค์กรระบุว่า การประกาศลดราคาน้ำมันที่ผ่านมา แม้ประชาชนจะเห็นราคาหน้าปั๊มลดลง แต่แท้จริงแล้วเป็นการนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาชดเชยราคา ไม่ใช่การแก้ไขต้นทุนที่แท้จริง ขณะที่โครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น ค่าการกลั่น และค่าการตลาด ยังไม่ได้รับการปรับปรุง ส่งผลให้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังตกอยู่กับผู้ประกอบการโรงกลั่นเช่นเดิม
แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสั่งการไปยังกระทรวงการคลัง ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันควบคู่กับการดำเนินการของกระทรวงพลังงาน โดยเห็นว่าหากรัฐบาลต้องการลดค่าครองชีพของประชาชนอย่างแท้จริง การลดภาษีซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของราคาน้ำมัน จะเป็นมาตรการที่ตรงเป้าหมายมากกว่าการใช้เงินกองทุนน้ำมันเข้ามาอุดหนุนราคา
นอกจากนี้ ทั้ง 4 องค์กรยังตั้งข้อสังเกตว่า การที่กระทรวงพลังงานขอเวลาอีกประมาณ 1 เดือนเพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน อาจทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่าเป็นการซื้อเวลา หรือปล่อยให้โรงกลั่นยังคงได้รับกำไรส่วนเกินต่อไป โดยไม่มีการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
แถลงการณ์ยังระบุว่า หากรัฐบาลยังไม่เร่งปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งการกำหนดเพดานค่าการกลั่น การกำกับค่าการตลาด และการสร้างความโปร่งใสในการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น ประชาชนจะยังคงต้องแบกรับภาระต้นทุนพลังงานที่ไม่เป็นธรรมต่อไป พร้อมอ้างว่าความล่าช้าในการแก้ปัญหาอาจทำให้ประชาชนสูญเสียประโยชน์รวมกันสูงถึงวันละ 800-1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ 4 องค์กรยืนยันข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน พร้อมปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ เพื่อให้การลดราคาน้ำมันเกิดขึ้นจากการแก้ไขต้นทุนที่แท้จริง และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน
#NEWS1 รายงาน