MGR Online - สถานทูตกัมพูชาประจำญี่ปุ่นได้ปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อบทความแสดงความคิดเห็นที่ตีพิมพ์โดยสำนักข่าวนิกเกอิ เอเชีย โดยระบุว่าบทความดังกล่าวให้มุมมองที่ไม่ครบถ้วนและไม่สมดุลเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ
สถานทูตกัมพูชาได้ออกคำแถลงตอบโต้บทความเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ของ มู สุจัว อดีตนักการเมืองฝ่ายค้านกัมพูชา ในหัวข้อ “ประชาธิปไตยของกัมพูชาตายลงอย่างช้าๆ หลังการฆาตกรรมเขม เลย์” โดยสถานทูตระบุว่ากัมพูชาเคารพเสรีภาพในการแสดงออกและบทบาทของสื่อ แต่โต้แย้งว่าผู้อ่านควรได้เข้าถึงการวิเคราะห์ที่สมดุลและเป็นกลางเกี่ยวกับกัมพูชาเช่นกัน
สถานทูตกัมพูชาอธิบายว่าบทความดังกล่าวนำเสนอความคิดเห็นทางการเมืองมากกว่าการประเมินความเป็นจริงในปัจจุบันของกัมพูชาอย่างเป็นกลาง โดยชี้ไปที่การรณรงค์ยาวนานของผู้เขียนที่ต่อต้านรัฐบาลกัมพูชาจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ สถานทูตยังปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่าประชาธิปไตยได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยกล่าวว่ากัมพูชายังคงดำเนินงานภายใต้รัฐธรรมนูญด้วยสถาบันที่ทำงานได้ การเลือกตั้งเป็นประจำ และปฏิรูปการปกครอง การบริหารราชการ และตุลาการ
ในคำแถลง สถานทูตยังเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยอ้างถึงการยอมรับจากธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และธนาคารพัฒนาเอเชีย เกี่ยวกับการฟื้นตัวของกัมพูชาหลังการระบาดของโควิด-19 การพัฒนาในด้านมาตรฐานการครองชีพ การศึกษา การดูแลสุขภาพ โครงสร้างพื้นฐาน และการคุม้ครองทางสังคม เป็นผลจากเสถียรภาพทางการเมืองและการปรองดองแห่งชาติ
สถานทูตยังปฏิเสธสิ่งที่เรียกว่าการนำเสนอภาพลักษณ์นโยบายต่างประเทศที่แคบเกินไป โดยเน้นย้ำถึงแนวทางที่เป็นอิสระของกัมพูชาบนพื้นฐานของอธิปไตย การเคารพซึ่งกันและกัน และการไม่แทรกแซง
นอกจากนี้ สถานทูตเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นในฐานะหนึ่งในพันธมิตรด้านการพัฒนาที่ใกล้ชิดที่สุด โดยชี้ถึงความร่วมมือในการสร้างสันติภาพ การปฏิรูปกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา การดูแลสุขภาพ และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
คำแถลงของสถานทูตปิดท้ายด้วยการเรียกร้องให้ผู้สังเกตการณ์และสื่อนานาชาติประเมินกัมพูชาจากหลักฐานที่เป็นกลาง การวิเคราะห์ที่สมดุล และการมีส่วนร่วมโดยตรง แทนเรื่องเล่าที่เลือกจากนักการเมืองกลุ่มเล็กๆ ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่ากัมพูชาก็เป็นเช่นเดียวกับประเทศอื่นที่ยังคงเผชิญกับความท้าทาย.