xs
xsm
sm
md
lg

นักวิจัยรางวัลโนเบลเลือกเทสหรัฐฯ ย้ายทำงานกับจีน สะท้อนศึกชิงบุคลากรวิทยาศาสตร์โลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



#NEWS1 รายงาน

วงการวิทยาศาสตร์โลกจับตา หลัง **ศาสตราจารย์โอมาร์ เอ็ม. ยากี (Omar M. Yaghi)** นักเคมีเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมี ประจำปี 2025 ตัดสินใจอำลามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ ของสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้ารับตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำแบบเต็มเวลา ณ มหาวิทยาลัยชิงหวา กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญของการแข่งขันดึงดูดนักวิจัยระดับโลกที่กำลังทวีความเข้มข้น

มหาวิทยาลัยชิงหวาระบุว่า ศาสตราจารย์ยากีจะเป็นผู้นำสถาบันวิจัยด้านวัสดุศาสตร์และปัญญาประดิษฐ์แห่งใหม่ โดยมุ่งใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเร่งการค้นพบวัสดุชนิดใหม่สำหรับการกักเก็บพลังงาน การดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การผลิตน้ำจากอากาศ และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ศาสตราจารย์ยากี เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ 3 คนที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2025 จากผลงานการพัฒนา **Metal-Organic Frameworks (MOFs)** หรือโครงข่ายโลหะอินทรีย์ ซึ่งเป็นวัสดุรูพรุนระดับนาโนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "วัสดุแห่งอนาคต" เนื่องจากมีพื้นที่ผิวภายในมหาศาล สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมพลังงาน สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีขั้นสูงได้หลากหลาย

การย้ายมาทำงานในจีนครั้งนี้ ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีการปรับลดงบประมาณด้านการวิจัยและวิทยาศาสตร์ ขณะที่จีนกลับเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างห้องปฏิบัติการระดับโลก การสนับสนุนงบประมาณวิจัย และการดึงดูดนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากทั่วโลกเข้ามาร่วมพัฒนางานวิจัย

ก่อนหน้านี้ ศาสตราจารย์ยากีเคยให้ความเห็นว่า ความหลากหลายของนักวิจัยจากหลายประเทศและหลายวัฒนธรรม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างนวัตกรรม เพราะผู้คนที่มีภูมิหลังแตกต่างกันสามารถเติมเต็มองค์ความรู้และสร้างแนวคิดใหม่ร่วมกันได้

เรื่องราวชีวิตของศาสตราจารย์ยากียังเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก เขาเกิดที่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ในครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ เติบโตในสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ก่อนที่บิดาจะส่งเขาไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ปี และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักเคมีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก จนได้รับรางวัลโนเบลในที่สุด

นักวิเคราะห์มองว่า การตัดสินใจของศาสตราจารย์ยากีไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนสถานที่ทำงานของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในการแย่งชิงบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของโลกในอนาคต

#NEWS1 รายงาน