xs
xsm
sm
md
lg

ห่วงลูก! “ป้านิด” แม่ค้าข้าวกล่อง เสาหลักดูแล 5 ชีวิต ลูกสาวป่วยเบาหวานขึ้นตา เห็นแค่เลือนราง ไม่อยากให้ลูกตาบอด หาเงินทุกทางหวังให้ลูกได้ผ่าตัด!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ย่านเอกชัย เขตจอมทอง ของกรุงเทพฯ เพื่อรู้จัก “ป้านิด” แม่สู้ชีวิต ต้องเป็นเสาหลักทำงานหารายได้ดูแล 5 ชีวิต แม้ทำงานหนัก แต่รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทั้งยังห่วงลูกที่ป่วยเสี่ยงตาบอด แต่ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาผ่าตัด เพื่อให้ลูกมองเห็นเป็นปกติอีกครั้ง



“ตอนแรกเขาทำงานได้ บัญชีเขาได้หมด เขาจบปริญญาตรี ทำงานทำไปทำมา แล้วสมองเขาเบลอ เขาก็เลยออกจากงาน”

ป้านิด (ไสว พลพวก) พูดถึงการป่วยของนุช ลูกสาว วัย 32 ที่ต้องออกจากงานมาหลายปีแล้ว“ตอนแรกเขาไม่ได้อยู่กับป้าหรอก เขาไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก พอป่วย เขาก็ออกจากงาน พอออกงานเสร็จ ประกันสังคมก็ไม่ได้ต่อ พอไม่สบายก็ไม่มีเงินหาหมอ เขาก็อยู่กับแฟนเขา พอไม่สบายก็บอก ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย ๆ แล้วโรคในตัวเขาเยอะ แทรกซ้อน เป็นเบาหวาน เป็นหัวใจ เป็นความดันสูง ทีนี้เบาหวานขึ้นตา เลือดจอประสาทตาออกไม่หยุด แล้วมองไม่เห็น พอไม่เห็น ก็ไม่มีทางไปแล้ว ก็กลับมาหาแม่ แม่ก็ไม่มี แม่ก็หาเช้ากินค่ำ ก็ต้องไปรักษาที่ รพ.ตามสิทธิ์ 30 บาท”


ก่อนหน้านี้ นุชเคยทำงานประจำตำแหน่งธุรการของบริษัทเอกชน แต่เมื่อปัญหาสุขภาพเริ่มกระทบการทำงาน เธอจึงตัดสินใจลาออก

“(ถาม-ตอนนี้สุขภาพเป็นยังไงบ้าง?) เป็นเบาหวานขึ้นตา ความดัน (ถาม-พูดถึงการมองเห็น มันดับสนิทหรือเป็นยังไง?) มันมัวๆ ไม่ดับสนิท แต่มันดูอะไรไม่รู้เรื่อง (ถาม-แล้วอย่างนี้เราใช้ชีวิตยังไงทุกวันนี้ การเดินการเคลื่อนไหว?) อยู่แค่ในบ้าน ได้แค่เข้าห้องน้ำ แต่ถ้าเดินออกไปข้างนอก ไม่กล้าไป”


แม่ต้องพาลูกหาหมอเดือนละ 2-3 ครั้ง!

“เขากลับมาอยู่กับป้า 6 เดือนแล้ว ป้าพาไป รพ.ตลอด แต่ค่ารถไปกลับ 500 บาท เพราะ รพ.อยู่ไกล อยู่พุทธมณฑลสาย 3 (บ้านอยู่ย่านเอกชัย เขตจอมทอง) ไกลมาก รถติด แล้วพอไป เขาก็มองไม่เห็น หมออีกตึกหนึ่งก็นัดเรื่องความดัน อีกตึกหนึ่งก็นัดเรื่องตา แต่ตอนนี้เขาบอกว่า ตามาแรง เป็นเยอะกว่า เขาเลยจะเอาด้านตาก่อน”


“(ถาม-แล้วตอนนี้แฟนของลูกสาว?) แฟนเขา ถามว่าเลิกกันไหม ป้าก็ตอบไม่ได้ เพราะบางครั้งเขาก็โทรศัพท์มาหากัน แต่เขาไม่ได้มาช่วยด้านการเงิน หรือดูแลอะไร”


ด้านนุช เผยความในใจ“อยากรักษาตา อยากมองเห็น เขาบอกต้องผ่า แต่เขาบอกว่า ผ่ามันก็กลับมาอาจจะไม่ 100% (ถาม-เห็นบอก เร็วๆ นี้มีแผนที่จะผ่าตัด แต่ยังขาดเงินทุนอยู่ใช่ไหม?) ตอนแรกคิดว่าเบิกบัตร 30 บาทได้ แต่เขาบอกว่า เคสแบบนี้มันเบิกไม่ได้”


ขณะที่ป้านิดยอมรับว่า ค่าผ่าตัดตาสูงมาก ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมารักษาลูก“ณ ตอนนี้ รพ.บอกว่า ให้เตรียมเงินไป 2-3 หมื่นเพื่อผ่าตัดตาลูกสาว ป้าก็อยากให้ลูกมองเห็น ไม่อยากให้อยู่ในโลกมืด เขาจะได้ช่วยเหลือลูกเขาได้ ช่วยเหลือตัวเขาได้ เพราะป้าแก่แล้ว ไม่รู้จะอยู่ถึงตอนไหน”


“(ถาม-รู้สึกยังไงที่ลูกสาวจะต้องผ่าตัด แล้วเรายังไม่พร้อมเรื่องตังค์?) ก็ไม่รู้จะทำยังไง ขอลดหย่อนเขาแล้ว เขาบอกว่า ไม่ได้นะคะคุณป้า ทั้งพยาบาลและคุณหมอบอกว่า บัตรของคุณป้า บัตร 30 บาท เขาช่วยเต็มที่แล้ว ถ้าไม่ช่วย ข้างละ 8 หมื่น ทีนี้เขาช่วยแล้วข้างละ 5 หมื่น แล้ว 2 ข้างตีไว้ 6 หมื่น แต่ป้าไม่มี ป้าหาเช้ากินค่ำ”


นอกจากดูแลลูกสาวที่ป่วยมองไม่ค่อยเห็นแล้ว ยังมีหลานอีก 2 คนที่ป้าต้องดูแล“หลานคนโต เรียนอยู่ ม.1 ส่วนคนเล็กตอนนี้อยู่ รพ. อยู่ไอซียู คนเล็กผ่าคลอดก่อนกำหนด ...ลูกความดันขึ้นสูง แล้วอันตราย หมอต้องตัดสินใจเอาเด็กออก ต้องช่วยชีวิตคนใดคนหนึ่งไว้ ผ่าออกมาตอนเด็กได้ 5 เดือนกับ 2 อาทิตย์ แล้วเขาก็เอาเข้าไอซียูเลย”


“ตอนนี้หลานก็ยังอยู่ในไอซียู ป้าก็ต้องไปเยี่ยมตอนเย็นทุกวัน เพื่อเอานมแม่ไปให้เขา เพราะเด็กต้องกินนมแม่อย่างเดียว ลำบากมาก (ถาม-หลานอยู่ไอซียูนานเท่าไหร่แล้ว?) เข้าเดือนที่ 3 แล้ว (ถาม-ต้องมีค่าใช้จ่ายไหม?) ตอนนี้ยังไม่แพง จ่ายรอบแรกไปประมาณ 1,300 บาท (ถาม-หมอได้บอกไหมแนวโน้มหลานจะยังไง?) จะกลับได้ตอนไหน ยังบอกไม่ได้เลย บางทีอาจต้องอยู่ รพ.เป็นปี”


ปัจจุบันป้านิด ในวัย 66 ต้องเป็นเสาหลักในการทำงานหารายได้ดูแลครอบครัว 5 ชีวิต ประกอบด้วย ลูกสาว หลาน 2 คน และคุณตา หรือสามีป้า ซึ่งแม้จะยังทำงานได้ โดยทำที่ร้านซ่อมรถ แต่งานก็ไม่ค่อยมี จึงต้องพึ่งพารายได้จากป้านิดที่ทำอาหารทำข้าวกล่องขาย


รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทั้งยังมีหนี้!

“(ถาม-รายได้จากการขายของ หักต้นทุนแล้วเหลือเท่าไหร่?) ประมาณ 300 บ้าง 400 บ้าง ส่วนมากจะ 300 ได้น้อย ของก็แพง (ถาม-แล้วค่าใช้จ่ายหลักๆ ของครอบครัวเรา มีอะไรบ้างที่ต้องจ่ายทุกวัน?) ตื่นเช้ามา หลานไปโรงเรียนก็ 100 บาทแล้ว แล้วตาก็ไปทำงานก็ 100 บาท ที่ต้องจ่าย และซื้อกับข้าวกับปลามาให้ลูกสาวที่ป่วย (ถาม-นี่มันเกินกำลังของรายได้ที่หาได้ทุกวันเลย?) เกิน และยืมพี่สาวมาใช้จ่ายบ้าง พี่สาวอยู่ต่างจังหวัด และกู้เงินนอกระบบด้วย (ถาม-ตอนนี้มีหนี้นอกระบบอยู่เท่าไหร่?) นอกระบบจริงๆ ประมาณหมื่นกว่าบาท แต่หนี้รายเดือนที่ยืมเขามาประมาณ 5 หมื่นแล้ว (ถาม-แล้วดูแนวโน้มจะมีรายได้ก้อนไหนมาจัดการตรงนี้ไหม?) ยังไม่เห็นเลย”


“(ถาม-ตอนนี้ปัญหาที่หนักที่สุดของป้าที่กำลังเผชิญคือปัญหาอะไร?) เรื่องลูกสาวนี่แหละหนัก ถ้าลูกสาวไม่มีเรื่องผ่าตา ไม่มีเรื่องหาหมอ ป้าก็พอหมุนไปได้เรื่อยๆ พอได้กินพอได้ใช้ แต่หนักที่ลูก หาเงินรักษาลูก ช่วยลูกทุกทาง (ถาม-นอกจากขายข้าวแกง มีรายได้จากทางอื่นไหม?) ถ้ามีใครจ้างไปทำสวน ป้าก็ไปเวลาว่าง ไปตัดหญ้า ไปขุดต้นไม้ ป้าก็ทำ ทำทุกอย่าง”


ด้านป้าสำราญ รอดขุนทด เพื่อนบ้าน ยอมรับว่า ป้านิดลำบากมาก“แกลำบาก หาคนเดียว ใช้ทั้งครอบครัว บ้านตัวเองก็ไม่มี เป็นบ้านเช่า ต้องกู้เงินดอก 100 มาใช้หนี้ค่าเช่าบ้าน กลัวเขาไม่ให้อยู่ กลัวเขาไล่หนี แกก็ต้องกู้เงินรายวันมาให้ค่าบ้าน”


ขณะที่สรชา เย็นศรี เพื่อนบ้านอีกคน เผยว่า สงสารป้านิด ทำงานไม่ได้หยุดพักเลย“แกต้องดูแลลูกสาวที่ตาจะบอด แกหยุดงานไม่ได้เลย ถ้าหยุดขาย คือไม่มีตังค์เลย นอกจากต้องดูแลลูกสาวทุกวัน ทิ้งไม่ได้ ต้องหาข้าว หาปลาให้แล้ว แกยังต้องไปดูหลานคนเล็กที่ยังนอนอยู่ รพ.อีก ทำอย่างนี้ทุกวัน ไม่มีวันพัก”


แม้ลำบาก แต่ป้านิดเปี่ยมด้วยน้ำใจ!

ป้ากบ ศิริเกศ พิทักษ์พงศ์ เพื่อนบ้าน เผยว่า แม้ป้านิดลำบากแค่ไหน แต่ป้าก็มีน้ำใจต่อคนรอบข้างเสมอ

“แกเป็นคนที่ขยัน และใจเอื้อเฟื้อมาก พูดตรงๆ ว่า เราก็คือพวกรากหญ้าที่รายได้น้อย บางวันไม่มีข้าวกิน ก็เดินมาดูว่า รถป้านิดมีอะไรกินบ้าง แกก็บอก กินเลยๆ อยากกินอะไร หยิบไปเลย เรื่องเงินไม่ต้องพูดถึง ให้ไม่ให้ ไม่ว่าอะไรเลย แม้แต่คนจรเดินมาขอตังค์ ขอข้าว แกให้หมด คนจรบอก ขอไป 2 กล่องได้ไหม ผมจะเอาไปให้เพื่อน แกก็ยังให้ ทั้งๆ ที่ข้าวเป็นข้าวดีๆ ที่เอาไว้ขายหน้าหน้าโรงงาน”


ขณะที่ปัญหาประเดประดังรอบด้าน ทั้งหนี้สินต่างๆ ทั้งปัญหาเรื่องตาของลูกที่อาจมองไม่เห็นอย่างถาวรหากไม่ได้รับการผ่าตัด ทำให้ป้านิดอดห่วงไม่ได้ว่า ลูกจะมีโอกาสได้ผ่าตัดหรือไม่?

“(ถาม-สำหรับคนเป็นแม่ เห็นลูกป่วยแบบนี้ และเรายังไม่มีความพร้อมเรื่องเงินที่จะรักษา รู้สึกยังไงบ้าง?) เป็นทุกข์มาก บางครั้งเขาบอกเขาอยากตาย เขาไม่อยากอยู่ (ถาม-แล้วป้าให้คำแนะนำลูกยังไง?) ก็บอกว่า ต้องสู้ เกิดมาต้องสู้ หนูต้องมีกำลังใจนะ เพราะหนูมีลูกอีกตั้ง 2 คน ป้าก็พยายามพูดปลอบทุกอย่าง ให้เขามีกำลังใจสู้ต่อไป”


ขณะที่นุช ยอมรับว่า สงสารแม่มาก ที่ทำให้แม่ต้องลำบาก“หนูสงสารแม่นะ ไม่ได้อยากให้แม่ลำบาก ถ้าหนูมองเห็น สุขภาพหนูดีขึ้น หนูก็อยากกลับไปทำงาน”

หากท่านใดต้องการช่วยเหลือป้านิดให้มีค่ารักษาผ่าตัดตาของลูกสาว เพื่อไม่ต้องอยู่ในโลกมืดอย่างถาวร โอนไปได้ที่ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี นางไสว พลพวก เลขบัญชี 031-2-92142-3


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน “ไม่อยากให้ลูกตาบอด”
https://www.youtube.com/watch?v=DcT3et9dIP8


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos