จาก 1 ปีละครอื้อ 14 เรื่อง เหลือแค่ 3! “บิ๊ก ศรุต” ผันตัวขายไก่ย่าง ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ลั่นไม่ได้ทำให้รวยแต่ยังมีอะไรให้ทำ ซึ้งอาชีพดาราไม่มั่นคงอีกต่อไป สับผู้จัดไม่จ่ายค่าตัวไม่ใช่วิกฤต แต่สะเพร่า ตอนนี้ได้ครบแล้ว ด้าน “อุ้ม” ภรรยาเปิดใจเกือบเลิกสามีหลายครั้ง เหตุถูกวิจารณ์อ้วน จนมองว่าไม่คู่ควรกัน
เคยออกมาเผยว่ายังไม่ได้รับค่าตัวในการแสดงจากผู้จัดรายหนึ่ง สำหรับนักแสดงมากความสามารถอย่าง “บิ๊ก ศรุต วิจิตรานนท์” ซึ่งล่าสุดได้เจอเจ้าตัว มาพร้อมกับภรรยา “อุ้ม ชณัญพัชร์” ที่มาเปิดบูธขาย ไก่ย่างกลมกรุ่น ในงาน fin stars market ที่ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ หนุ่มบิ๊กก็เผยว่าได้รับเงินครบหมดแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นๆ ได้กันครบหรือยัง
“ได้แล้วครับ ก็จากการผัดมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายเขาก็จ่าย ก็ดีใจมาก ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเราออกมารีแอ็กชั่นไหมครับ แต่ว่าก็อาจจะด้วย แต่ว่า ณ เวลานั้นหลายคนก็ยังไม่ได้นะ ตอนนี้ทุกคนได้หมดหรือยังก็ไม่รู้ ไม่ได้ตามเลย เพราะว่าพอเราได้ปุ๊บก็มีทีมงานโทร.มาหา ถามว่าพี่บิ๊กได้แล้วใช่ไหม ก็บอกว่าได้แล้วครับ ก็ถามกลับไปว่าพี่ได้หรือยัง เขาก็บอกว่ายังไม่ได้
คือเราไม่ค่อยเจอแบบนี้ครับ เป็นส่วนน้อยที่จะเจอ ซึ่งมันก็มีวิธีอย่างเช่นถ้าเป็นผู้จัดที่เราไม่รู้จัก เราก็ขอครึ่งหนึ่ง จ่ายเรา 50% ก่อน แล้วก่อนที่เราจะปิดตัวก็จ่ายเราให้ครบ ถามว่าเกี่ยวกับผู้จัดเขาเจอมันวิกฤตเศรษฐกิจไหม คือผมว่าถ้าเป็นคนที่จะเป็นผู้จัดแล้ว ตรงนี้เขาต้องรับผิดชอบได้ครับ อันนี้ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นวิกฤต ผมคิดว่ามันเป็นความสะเพร่ามากกว่า”
ยอมรับงานน้อยลง ออกมาขายไก่ย่าง ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
“ถามว่าตอนนี้เราเป็นนักแสดงงานน้อยลงไหม น้อยลงเยอะมาก เคยปีหนึ่งมีละครอยู่ 14 เรื่อง ถ่ายพร้อมๆ กัน ตอนนี้ปีหนึ่งเหลือประมาณ 3-4 เรื่อง มีเต็มเรื่องก็น้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นรับเชิญครับ ตอนก็น้อยลง เพราะว่ามันไม่ใช่ละครแล้ว มันเป็นซีรีส์ 8 ตอน ซึ่งเราก็ไม่ได้มีครบทุกตอน ก็จะมี 3-4 ตอน
ถามว่าอยู่ได้ไหมกับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน คือจริงๆ ถ้าจะอยู่ให้ได้มันก็อยู่ได้ครับ แต่ว่าถ้าจะอยู่ให้ได้ดี มันต้องเยอะกว่านี้ มันต้องมีอะไรทำมากกว่านี้ครับ อย่างไก่ย่างนี่มันก็ไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้น แต่มันก็ทำให้รู้สึกว่าเรายังมีอะไรทำ ยังมีอะไรเข้ามาหาเราบ้าง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เยอะแยะอะไรมากมาย แต่ว่ามันก็ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ แล้วไม่ทำอะไรเลย
เราต้องตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นครับ คือผมก็มันมีค่าใช้จ่ายเยอะต่อเดือนนะครับ มันก็เป็นเรื่องที่สอนเราเลยล่ะว่าถ้าเกิดเราจะซื้ออะไร แล้วเรายังต้องผ่อน ต้องคิดให้ดีๆ ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้นะครับ เพราะบางทีมันฮวบแล้วมันก็ฮวบเลย ที่มันเตือนมาหนแรกคือโควิด เงินเก็บเราแทบหมดเลย แล้วก็มาเจอช่วงต่อจากนั้นที่อยู่ดีๆ งานก็หายไป แล้วทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดเลยครับ เราต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น”
บอกอาชีพดาราไม่ได้มั่นคงอีกต่อไป
“อาชีพดาราเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคงนะ ตอนเด็กๆ เราเชื่อเราจะอยู่กับอาชีพนี้ได้ไปยันแก่ แล้วตอนนั้นเราก็งานเยอะ เราก็นอนใจทุกอย่างว่าเดี๋ยวเราก็มีเงิน แต่การเป็นนักแสดงมันคือการต้องรอคนมาจ้าง ถ้าวันหนึ่งคนที่เคยจ้างเขาไม่จ้างเราแล้ว คนใหม่ๆ เขาไม่ได้สนใจที่จะเอาเราไปร่วมงานแล้ว มันก็พลิกเลย
มันอยู่ยากมากขึ้นมากในรุ่นผมนะ ส่วนในรุ่นเด็กๆ อย่างตอนนี้ซีรีส์วายเยอะมาก เราไปเห็น กลุ่มแฟนคลับซีรีส์วาย เห็นแล้วผมตกใจนะ เขามีกลุ่มใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ เขาใหญ่มากเลยนะครับ แฟนคลับจากจีนบินมาที่เมืองไทยเพื่อมาเจอ มารอ มาอยู่เมืองไทยเยอะมากๆ เลย สำหรับในบางสายก็อาจจะดีอยู่ แต่ถ้าของตัวเองมันไม่ดีเหมือนเดิม”
ด้าน “อุ้ม ชณัญพัชร์” เผยอยากน้ำหนักลงมากกว่านี้ ยอมรับเคยเครียดถึงขั้นจะเลิกกัน
อุ้ม : “จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องน้ำหนัก แต่มันเป็นเรื่องที่เรากังวลว่าเราอาจจะไม่คู่ควรมากกว่า”
บิ๊ก : “เขาคิดในใจของเขาเอง”
อุ้ม : “ก็ไม่อยากให้เขามาแบกกันอยู่ตรงนี้ แต่มันก็นานแล้วค่ะ แต่งงานมาก็หลายปีแล้ว ก็เลยไม่ได้คิดถึงตรงนั้นแล้วค่ะ อันนั้นน่าจะเป็นช่วงที่ก่อนแต่งงานด้วยซ้ำ แต่ช่วงแรกๆ เราก็กังวลแค่เรื่องน้ำหนัก แต่ตอนนี้เราก็มั่นใจมากขึ้นค่ะ แต่จริงๆ มันควรลงอีกค่ะ พยายามอยู่ อย่างประสบการณ์ที่เราเคยเจอ ก็มีพวกคอมเมนต์ค่ะ แล้วก็มีส่งข้อความมาหาพี่บิ๊กว่าควรจะได้คู่ครองที่ดีกว่านี้ เราก็มานั่งคุยกันแล้วเราก็บอกเขาว่ายูอยากไปไหม เขาบอกไม่ได้อยากไป เราก็เลยรู้สึกว่าสิ่งที่มั่นคงมันอยู่กับเรา คนอื่นเขาจะพูดอะไรก็ได้ แต่ถามว่าตอนแรกกลัวไหม ก็กลัว ถึงขั้นเกือบจะเลิกกันหลายครั้ง แต่พอแต่งงานกันแล้วมันก็ความคิดเปลี่ยนค่ะ”
บิ๊ก : “คือในส่วนไหนที่เขารู้สึกว่าเขาลำบาก หรือว่ามันยากในการที่เขาจะทำ เราก็บอกว่ายูทำได้ ผมสนับสนุนเขาทุกอย่างแหละครับ คือผมเป็นพลังงานบวกเสมอ อะไรที่มันเป็นบวก เราจะจับใส่เขาหมดเลย อะไรที่มันเป็นลบเราจะไม่ทำ”