xs
xsm
sm
md
lg

“ปอนด์ จักรกฤษณ์” เปิดใจโหนกระแส รับภรรยาถอนเงินบริจาคครั้งละ 3 หมื่นจริง แต่ไม่ถึง 1,433 ครั้ง ยันไม่นำไปใช้ส่วนตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“ปอนด์ จักรกฤษณ์” แจงผ่าน “โหนกระแส” ยอมรับให้ภรรยาที่เหรัญญิกสมาคมถอนเงินบริจาคครั้งละ 30,000 บาทจริง เพื่อนำไปโอนต่อให้อาสาสมัครใช้เป็นค่าน้ำมัน ค่าโลงศพ และค่าเดินทาง ยืนยันไม่ถึง 1,433 ครั้งตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมปฏิเสธยอดเงินบริจาค 200 ล้านบาท ไม่เคยนำเงินสมาคมไปใช้ส่วนตัว

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 รายการ โหนกระแส นำเสนอกรณีของ นายจักรกฤษณ์ แต่งตั้ง หรือปอนด์ อาสากู้ภัยรับ-ส่งศพฟรี ที่กำลังถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของสมาคม โดยเฉพาะประเด็นการให้ภรรยาถอนเงินจากบัญชีสมาคมครั้งละ 30,000 บาท รวมถึงข้อกล่าวหาว่ามีการถอนเงินถึง 1,433 ครั้ง และมียอดเงินบริจาคสะสมกว่า 200 ล้านบาท

ปอนด์ยอมรับว่า มีการให้ภรรยาถอนเงินครั้งละ 30,000 บาทจริง แต่ยืนยันว่าตัวเลขการถอนกว่า 1,000 ครั้งไม่เป็นความจริง พร้อมปฏิเสธว่ามูลค่าเงินบริจาคของสมาคมไม่เคยสูงถึง 200 ล้านบาท โดยระบุว่าไม่ทราบที่มาของตัวเลขดังกล่าว

เจ้าตัวชี้แจงว่า ภรรยาดำรงตำแหน่งเหรัญญิกของสมาคมและเป็นผู้มีอำนาจเบิกจ่ายเงินตามข้อบังคับ การถอนเงินแต่ละครั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปโอนต่อให้อาสาสมัครและเครือข่าย สำหรับเป็นค่าเดินทาง ค่าน้ำมันรถ ค่าจัดซื้อโลงศพ และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติภารกิจ โดยทุกธุรกรรมมีเอกสารและหลักฐานการโอนเงิน สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้


ปอนด์ระบุอีกว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน สมาคมมีเงินบริจาครวมประมาณ 80-90 ล้านบาท หรือราว 70 กว่าล้านบาทในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวถึง ซึ่งไม่เคยแตะหลัก 200 ล้านบาทตามข้อกล่าวหา

ด้านนายกสมาคม ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของปอนด์ ชี้แจงว่า ผู้มีอำนาจลงนามเบิกจ่ายเงินของสมาคมมี 3 คน ได้แก่ นายกสมาคม เหรัญญิก และเลขานุการ โดยการเบิกเงินทุกครั้งจะต้องมีผู้ลงนามร่วมกันอย่างน้อย 2 ใน 3 คน จึงจะสามารถทำธุรกรรมได้ ไม่สามารถให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งถอนเงินได้เพียงลำพัง


ระหว่างรายการ นัยนา ซึ่งระบุว่าเป็นหนึ่งในเจ้าของที่ดินและเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเงินบริจาค ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ชื่อบุคคลอื่นทำธุรกรรมซื้อที่ดิน ทั้งที่ระบุว่าเป็นทรัพย์สินของสมาคม รวมถึงการที่ไม่มีชื่อของปอนด์อยู่ในโครงสร้างสมาคม
ปอนด์ยอมรับว่า ในอดีตมีปัญหาเรื่องการหลีกเลี่ยงการรับราชการทหาร ทำให้ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อตัวเองในการทำธุรกรรมหลายอย่าง แม้กระทั่งการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม นัยนาตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า หากหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อจริง เหตุใดจึงมีการใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินบริจาค

ภายหลังมีการนำหลักฐานโพสต์ในช่วงปี 2563-2564 มาแสดง ซึ่งพบว่ามีการใช้บัญชีส่วนตัวของปอนด์เป็นบัญชีสำรองรับเงินบริจาคจริง โดยปอนด์ชี้แจงว่า เป็นช่วงที่ต้องจัดซื้อสิ่งของเร่งด่วน จึงใช้บัญชีส่วนตัวเพื่อความสะดวก ก่อนจะยกเลิกการใช้งานและปิดบัญชีดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าผ่านการตรวจสอบบัญชีแล้ว และสามารถอธิบายที่มาของเงินทุกบาททุกสตางค์ได้


เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ถามตรง ๆ ว่า เคยนำเงินของสมาคมไปใช้ส่วนตัวหรือไม่ ปอนด์ตอบทันทีว่า "ไม่เคย" พร้อมยืนยันว่าสมาคมไม่มีการจ่ายเงินเดือนให้ตน และที่ผ่านมาเคยถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน ทั้งที่ได้นำสเตทเมนต์ของสมาคมส่งมอบให้ตำรวจตรวจสอบหลายครั้งแล้ว

"ผมยกสเตทเมนต์ของสมาคมให้ตำรวจหลายครั้งแล้ว ผมโดนสอบหลายครั้ง ผมโดนช้ำใจที่สุด คือคนร้องเรียนซ้ำ 18 รายชื่อ ถ้าสมาคมผมมีเงินเยอะจริง ๆ ผมไม่ซื้อรถมือสอง" ปอนด์กล่าวในรายการ

ปอนด์ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จดทะเบียนสมาคมแห่งใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยมีชื่อตนเองเป็นกรรมการของสมาคมได้ เนื่องจากได้กลับไปรับโทษในคดีทหารและดำเนินการตามกฎหมายครบถ้วนแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะนำเอกสารรายรับ-รายจ่ายและบัญชีธนาคารทั้งหมดมาชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพร้อมเผชิญหน้าคู่กรณี เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณชน.