จากกรณีที่ จูด เบลลิงแฮม กองกลางซูเปอร์สตาร์ทัพ "สิงโตคำราม" คุมอารมณ์ไม่อยู่ เดินเข้าไปตบศีรษะ วาเลนติน บาร์โก ดาวรุ่งทัพฟ้าขาวอย่างจังในช่วงชุลมุนหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว ที่อังกฤษ พ่าย อาร์เจนตินา 1-2 ในรอบตัดเชือก ฟุตบอลโลก 2026 และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกลงโทษทางวินัยย้อนหลัง
ล่าสุดสื่อยักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่าง บีบีซี ได้ออกมาเปิดเผยประเด็นสำคัญที่อาจช่วยให้จอมทัพเรอัล มาดริด รอดพ้นจากโทษแบนในเกมนัดชิงอันดับที่ 3 กับฝรั่งเศส ช่วงดึกวันเสาร์ ที่ 18 ก.ค.นี้ ตามเวลาไทย โดยมีการระบุถึงกฎระเบียบของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่ว่าด้วยเรื่องพฤติกรรมรุนแรงในสนาม ซึ่งมีช่องโหว่ในกรณีที่ความรุนแรงของการปะทะนั้นอยู่ในระดับต่ำ
รายงานระบุว่า ภายใต้ข้อบังคับด้านวินัยของฟีฟ่า มีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า "หากผู้เล่นเจตนาตีหรือตบไปที่ศีรษะหรือใบหน้าของคู่ต่อสู้ แต่แรงกระแทกหรือความรุนแรงนั้นเบาบางมาก จะไม่ถือเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นใบแดง"
จากภาพช้าทางวิดีโอแสดงให้เห็นว่า แม้ เบลลิงแฮม จะเดินเข้าไปตบศีรษะ วาเลนติน บาร์โก ด้วยความฉุนเฉียว แต่ลักษณะเป็นการใช้มือคว้าและผลักจากทางด้านหลัง ไม่ได้มีการง้างหมัดหรือใช้กำลังรุนแรงจนทำให้นักเตะอาร์เจนตินาได้รับบาดเจ็บ
ทำให้ฝ่ายกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญมองว่า ฟีฟ่าอาจพิจารณาการกระทำของเบลลิงแฮมเป็นเพียง "พฤติกรรมไม่เหมาะสมจากความฉุนเฉียว" มากกว่าข้อหาพฤติกรรมรุนแรงสาหัส ซึ่งบทลงโทษในกรณีนี้อาจจบลงด้วยการภาคทัณฑ์และสั่งปรับเงินเท่านั้น ประกอบกับชนวนเหตุที่ฝั่ง บาร์โก เป็นฝ่ายเริ่มยั่วยุก่อน ก็อาจถูกนำมาใช้เป็นเหตุบรรเทาโทษในการพิจารณาครั้งนี้ด้วยเช่นกัน