(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/07/trump-spins-china-meddling-intel-to-justify-election-takeover-bid/)
Trump spins China meddling intel to justify election takeover bid
by Jake Johnson
17/07/2026
ทรัมป์อ้างว่าจีนได้ไฟล์ผู้ออกเสียงชาวอเมริกันจำนวน 220 ล้านคนไปครอบครอง เพื่อใช้ในการบ่อนทำลายเขาในการเลือกตั้งปี 2020 ซึ่งเขาเป็นผู้พ่ายแพ้ให้แก่ โจ ไบเดน และดังนั้นจึงควรต้องให้รัฐบาลกลางในความควบคุมของเขา เข้ายึดอำนาจเป็นผู้จัดการเลือกตั้งเสียเอง แทนที่จะปล่อยเป็นหน้าที่ของรัฐต่างๆ อย่างในปัจจุบัน
ขณะเหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 เดือน สหรัฐฯก็จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในตอนต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมากล่าวคำปราศรัยช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของคืนวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) ที่ผ่านมา ในความพยายามที่จะก่อให้เกิดความระแวงสงสัยว่าการเลือกตั้งสหรัฐฯนั้นดำเนินการกันด้วยความซื่อสัตย์สุจริตจริงหรือไม่ , เขาพูดซ้ำคำโกหกซ้ำซากที่ใครๆ ก็รู้ทันกันแล้วเกี่ยวกับการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2020 ที่เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้, นอกจากนั้นเขายังกล่าวอ้างว่าเพิ่งค้นพบแผนกโลบายใหญ่โตมโหฬารของจีนที่เข้ามาจุ้นจ้านแทรกแซงในกระบวนการของการออกเสียงลงคะแนน
ทรัมป์ ผู้ซึ่งกำลังป่าวร้องว่าคณะรัฐบาลของเขาสมควรที่จะ “เทคโอเวอร์” ยึดเอาการเลือกตั้งสหรัฐฯมาจัดทำเอง แทนที่จะปล่อยให้เป็นอำนาจหน้าที่ของแต่ละรัฐอย่างในปัจจุบัน กล่าวยืนยันในคำปราศรัยคราวนี้ของเขา [1] ว่า ระบบการออกเสียงลงคะแนนของอเมริกา “ถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพอ่อนแอจนง่ายต่อการล็อกผลหรือการขโมยผลการเลือกตั้ง” โดยพวกศัตรูทางการเมืองของเขา ขณะเดียวกันก็กล่าวหาประเทศจีนว่า “ได้ไฟล์บัญชีรายชื่อผู้ออกเสียงสหรัฐฯ 220 ล้านคนไปครอบครองอย่างผิดกฎหมาย” ในความพยายามที่จะบ่อนทำลายตัวเขา
พร้อมๆ การออกมาปราศรัยของทรัมป์ครั้งนี้ ทำเนียบขาวก็มีการเผยแพร่ข่าวกรองที่ถูกลดชั้นไม่ถือเป็นความลับอีกต่อไป [2] โดยระบุว่ามีเจตนาที่จะเผยให้เห็นถึงแผนกโลบาย “ชั่วร้าย” ของประเทศจีนในการมุ่งสร้างความสะดุดติดขัดให้แก่การเลือกตั้งสหรัฐฯ ตลอดจนความพยายามโดย “บรรดาสมาชิกของรัฐพันลึก (Deep State)” ซึ่งมุ่งจะ “กำจัดปราบปรามและลดน้ำหนักความสำคัญ” ของแผนกโลบายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญและพวกนักวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีผู้นี้ พากันบอกว่า คำปราศรัยคราวนี้ของเขาเป็นการเลือกหยิบเลือกคัดสรรเอาการค้นพบต่างๆ ของพวกหน่วยข่าวกรอง มาผสมผเสให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่เป็นเท็จซึ่งมุ่งสร้างประโยชน์ให้แก่ตัวเขาเอง เพื่อเน้นย้ำสิ่งที่เขาบอกว่าเป็นความอ่อนแอของการเลือกตั้งสหรัฐฯ และดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายอย่างเช่น รัฐบัญญัติ SAVE America Act ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นร่างกฎหมายมุ่งกำราบปราบปรามผู้ออกเสียง [3] ที่ทรัมป์กำลังทำงานอย่างหมกมุ่น [4] มาระยะหนึ่งแล้วเพื่อผลักดันให้ผ่านรัฐสภาออกมาบังคับใช้
ส.ส.ราชา กฤษณมูรติ (Raja Krishnamoorthi) (สังกัดพรรคเดโมแครตจากรัฐอิลลินอยส์) สมาชิกอาวุโสของคณะกรรมาธิการวิสามัญถาวรการข่าวกรองแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (House Permanent Select Committee on Intelligence) ออกคำแถลงระบุว่า ทรัมป์ “ยกเลิกชั้นความลับข่าวกรองแบบเลือกสรรคราวนี้ เพื่อพยายามเขียนประวัติศาสตร์การเลือกตั้งครั้งที่เขาพ่ายแพ้เสียใหม่”
“แม้กระทั่งเอกสารที่เขาเผยแพร่ออกมาเอง ก็ยังไม่สนับสนุนการกล่าวอ้างของเขาที่ว่าการเลือกตั้งปี 2000 ได้ถูกขโมยไป มันยืนยันสิ่งที่พวกเราต่างก็ทราบกันมานานแล้ว นั่นคือ พวกปรปักษ์ต่างชาตินั้นตั้งเป้าหมายมุ่งเล่นงานประชาธิปไตยของเรา แต่มันไม่มีหลักฐานใดๆ เลยที่แสดงว่พวกเขาได้เปลี่ยนแปลงคะแนนเสียงแม้สักคะแนนเดียว หรือได้เปลี่ยนแปลงการการหย่อนบัตรเลือกตั้งหรือการนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง” เป็นคำยืนยันของ ส.ส.กฤษณมูรติ
“การที่ประธานาธิบดีทรัมป์แพ้การเลือกตั้งปี 2020 เป็นเรื่องที่ยุติธรรมและขาวสะอาด ถ้าเขาเป็นห่วงเป็นใยเรื่องการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการเลือกตั้งแล้ว เขาก็จะไม่นำเอาคนที่จงรักภักดีต่อเขาในทางการเมืองทว่าไม่มีคุณภาพอันเหมาะสม มารับผิดชอบหน่วยข่าวกรองต่างๆ ของเรา หรือสร้างความอ่อนแอให้แก่พวกหน่วยงานที่รับผิดชอบการพิทักษ์คุ้มครองการเลือกตั้งของเราจากภัยคุกคามของต่างชาติหรอก”
“ตรงกันข้าม” กฤษณมูรติ กล่าวต่อ “เขากลับกำลังฟื้นคืนชีพพวกทฤษฎีสมคบคิดในเรื่องเกี่ยวกับการโกงจากการโหวตที่ส่งมาทางไปรษณีย์, การผลักดันเพื่อมุ่งปราบปรามผู้ออกเสียงไม่ให้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนน, และการแผ้วถางทางสร้างรากฐานเตรียมไว้สำหรับให้รัฐบาลกลางเข้ามายึดเอาการเลือกตั้งของเราไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย –ทั้งหมดเหล่านี้กระทำกันในเวลาเดียวกับที่ละเลยเพิกเฉยความท้าทายอันแท้จริงที่กำลังเผชิญหน้าครอบครัวชาวอเมริกันกันอยู่”
ระหว่างการปราศรัยของเขา ทรัมป์ยังต่อว่าต่อขานอย่างรุนแรงใส่เครือข่ายข่าวทีวีรายใหญ่ๆหลายรายที่ปฏิเสธไม่แพร่ภาพถ่ายทอดสดการปราศรัยของเขากันแบบเต็มๆ โดยกล่าวหาสื่อเหล่านี้ว่ากำลังทำตัวเป็น “ส่วนหนึ่งของแผนกโลบาย” และเรียกร้องให้ “เพิกถอน” ใบอนุญาตแพร่ภาพออกอากาศของเครือข่ายเอ็นบีซี (NBC) และเอบีซี (ABC)
สำหรับ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) (อิสระไม่สังกัดพรรคใด จากรัฐเวอร์มอนต์) ได้เรียกการข่มขู่คุกคามเช่นนี้ของทรัมป์ว่า “บ้าไปแล้ว”
“ในเวลาที่ชาวอเมริกันนับล้านๆ คนกำลังพบว่ามันเป็นเรื่องลำบากมากยิ่งขึ้นสำหรับการจ่ายเงินค่าสินค้าของกินของใช้จำเป็นต่างๆ, ค่าบ้าน, และค่ารักษาพยาบาล [5] ในเวลาที่วิกฤตด้านภูมิอากาศ [6] ก็กำลังทำให้เกิดคลื่นความร้อน [7] และไฟไหม้ป่าสูงลิ่วเป็นสถิติใหม่ๆ แต่ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับรู้สึกว่าเป็นความถูกต้องเหมาะสมมากในคืนนี้ที่จะพ่นสำรอกพวกทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งปี 2020 ออกมา” แซนเดอร์ส กล่าว “ช่างน่าสมเพช และเป็นแบบที่พวกจอมเผด็จการของแท้ชอบทำกันเสียจริงๆ เขายังกระทั่งข่มขู่ที่จะถอนใบอนุญาตของ เอบีซี และเอ็นบีซี เพราะพวกเขาไม่ยอมถ่ายทอดออกอากาศสดการปราศรัยของเขา”
“พวกเราทุกๆ คน ไม่ว่าเราจะมีความคิดเห็นทางการเมืองไปทางไหน ต่างต้องยืนรวมตัวกันเอาไว้เพื่อต่อต้านประธานาธิบดีสุดอันตรายผู้นี้ ซึ่งกำลังหาทางบ่อนทำลายรัฐธรรมนูญของเรา และเสรีภาพขั้นพื้นฐานของเรา” แซนเดอร์ส กล่าวต่อ
คำปราศรัยครั้งนี้ของ ทรัมป์ ได้อ้างอิง “ข่าวกรองดิบ” ที่เขาบอกว่าแสดงให้เห็นถึงความพยายามของจีนที่จะ “ผลิตบัตรเลือกตั้งผิดกฎหมาย” ให้แก่อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประธานาธิบดีทรัมป์ยังอ้าง โดยปราศจากการแสดงหลักฐานยืนยันใดๆ ว่าข่าวกรองดิบดังกล่าว “ได้ถูกฝังกลบปกปิดเอาไว้โดยพวกข้ารัฐการอันธพาล” ที่มีเจตนาเลวร้าย
แต่ก็อย่างที่สื่อ วอชิงตันโพสต์ (Washington Post) ตั้งข้อสังเกต [8] เอาไว้นั่นแหละ พวกรายงาน “ข่าวกรองดิบ” นั้น บ่อยครั้งทีเดียวมักมีความผิดพลาด, ไม่สมบูรณ์, หรือไม่ก็ขัดแย้งกันเอง และพวกหน่วยงานสปายสายลับต้องพึ่งพาอาศัยการวินิจฉัยของบรรดานักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญ มาตรวจสอบคัดกรอง และปะติดปะต่อข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเข้าด้วยกัน เพื่อจัดทำข้อสรุปต่างๆ ด้วยระดับความเชื่อมั่นที่ผิดแผกแตกต่างกันไป
“พวกเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรองของสหรัฐฯในปี 2020 นั้น มีความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นที่ว่าจีนต้องการให้ทรัมป์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้การเลือกตั้งใช่หรือไม่ ตลอดจนในประเด็นที่ว่าปักกิ่งมีการดำเนินการใดๆ เพื่อบ่อนทำลายเขาหรือเปล่า –อย่างที่ในรายงานปี 2021 ซึ่งได้ถูกลดชั้นความลับนำออกมาเผยแพร่กันอยู่แล้ว ก็ได้มีการระบุให้เห็นถึงการโต้แย้งกันของหน่วยงานข่าวกรองทั้งหลายในประเด็นเหล่านี้ รายงานดังกล่าวได้บรรยายถึงการที่หน่วยงานเหล่านี้บรรลุฉันทามติในข้อสรุปที่ว่า ไม่ว่าจีนหรือตัวแสดงต่างชาติใดๆ ก็ตามที ต่างก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวปลอมแปลงคะแนนเสียงใดๆ ทั้งนั้น” วอชิงตันโพสต์ชี้เอาไว้เช่นนี้
“เอกสารจำนวนหลายร้อยหน้าที่ทำเนียบขาวเผยแพร่ออกมาทางออนไลน์ระหว่างที่ทรัมป์กล่าวปราศรัยคราวนี้ ก็ไม่ได้ปรากฏว่าสนับสนุนการโต้แย้งของทรัมป์ที่ว่า จีนได้เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2020 เพื่อพยายามทำให้เขาปราชัย หรือที่ว่าพวกเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯจงใจปิดบังข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความตั้งใจของปักกิ่งไม่ให้เขาได้รับรู้”
โรเบิร์ต ไวส์สแมน (Robert Weissman) ประธานร่วมของ “พับลิก ซิติเซน” (Public Citizen) กลุ่มรณรงค์เรียกร้องสิทธิผู้บริโภคฝ่ายก้าวหน้า อธิบายลักษณะเด่นในคำปราศรัยคราวนี้ของทรัมป์ว่า คือความพยายามที่จะหันเหความสนใจของสาธารณชนให้ออกมาจาก “ความล้มเหลวทางนโยบายอย่างร้ายแรงถึงขั้นหายนะ และเรตติ้งความยอมรับผลงานที่กำลังตกต่ำทรุดฮวบ” ของคณะรัฐบาลของเขา
“ทรัมป์กำลังทำสงครามที่ผิดกฎหมาย, ขัดรัฐธรรมนูญ, และไร้ความหมายอย่างที่สุด ซึ่งมีแต่นำเอาชีวิตของชาวอเมริกันและชาวอิหร่านตกเข้าไปอยู่ในอันตรายต่อไป และขับดันราคาน้ำมันเบนซินให้พุ่งขึ้นเรื่อยๆ พวกบริษัทต่างๆ กำลังกำหนดราคาขายซึ่งประชาชนผู้ที่กำลังได้ค่าจ้างต่ำเกินไปซื้อหากันไม่ไหว” ไวส์สแมน บอก
“ทรัมป์ดันทุรังผ่านมาตรการลดภาษี [9] ให้พวกคนรวย ซึ่งจ่ายด้วยการหันไปตัดลดความช่วยเหลือด้านการดูแลสุขภาพและด้านอาหารสำหรับประชาชนจำนวนเป็นล้านๆ คน ขณะที่กองกำลังกึ่งทหารซึ่งควบคุมกันไม่อยู่ ก็กำลังลักพาตัวประชาชนจากถนนสายต่างๆ คาตาของพวกเราและสังหารเข่มฆ่าผู้คนเหล่านี้ด้วยอัตราชวนให้รู้สึกช็อก การพูดพล่ามเพ้อเจ้อของทรัมป์ในคืนนี้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคือความพยายามที่จะหันเหความสนใจออกมาจากความเป็นจริงเหล่านี้”
“ลิฟวิ่ง ยูไนเต้ด ฟอร์ เชนจ์ อิน แอริโซนา” (Living United for Change in Arizona) องค์การสนับสนุนประชาธิปไตย ก็ออกมาเตือนว่า “ทรัมป์กำลังพยายามที่จะยุติประชาธิปไตยของเราต่อหน้าต่อตาของพวกเรากันเลยทีเดียว”
“คืนนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนอยู่ต่อหน้าประเทศชาติ และพยายามที่จะเขียนประวัติศาสตร์เสียใหม่ ลบล้างเจตนารมณ์ของพวกผู้ออกเสียง และตระเตรียมประเทศให้พร้อมสำหรับการโจมตีประชาธิปไตยอเมริกันครั้งต่อไป” กลุ่มนี้บอก
“เราต้องเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อย่างที่มันเป็น โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังตระเตรียมวางรากฐานสำหรับทำลายการเลือกตั้งของเรา, ล้มคว่ำผลการเลือกตั้งที่เขาไม่ชอบ, ทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนกลายเป็นโมฆะ, และยึดครองอำนาจเอาไว้โดยพร้อมที่จะใช้วิธีการใดๆ ก็ได้ที่เห็นว่าจำเป็น”
(ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์
https://www.commondreams.org/news/trump-primetime-election-speech?utm_source=Common+Dreams&utm_campaign=7ee4a850d4-Top+News+%7C+Fri.+4%2F10%2F26_COPY_01&utm_medium=email&utm_term=0_-998917937b-601609905&mc_cid=7ee4a850d4&mc_eid=9d208b9fec)
เชิงอรรถ
[1] https://www.youtube.com/watch?v=iIlqG0untYM
[2] https://www.whitehouse.gov/election-integrity/
[3] https://www.brennancenter.org/our-work/research-reports/brennan-center-letter-senate-opposing-save-america-act
[4] https://www.commondreams.org/news/housing-crisis-in-the-us
[5] https://www.commondreams.org/tag/healthcare
[6] https://www.commondreams.org/tag/climate-crisis
[7] https://www.commondreams.org/tag/heatwaves
[8] https://www.washingtonpost.com/politics/2026/07/16/white-house-touts-trump-speech-democrats-warn-recycled-falsehoods/
[9] https://www.commondreams.org/tag/tax-cuts