แรงงานหญิงชาวเมียนมาร์รายหนึ่ง ซึ่งอาศัยและทำงานอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตของครอบครัวในประเทศไทย โดยระบุว่า ลูกของตนเกิดที่จังหวัดภูเก็ต จึงอยากให้ลูกได้เรียนหนังสือและเติบโตที่นี่ และหากในอนาคตมีโอกาสดำเนินการขอสัญชาติไทยตามกฎหมาย ก็จะลองดำเนินการดู
เธอเล่าว่า เดินทางมาทำงานที่เกาะภูเก็ตเป็นเวลานานแล้ว ปัจจุบันมีครอบครัวอยู่ที่นี่ มีเอกสารประจำตัวตามกฎหมาย บางคนอยู่ในระบบประกันสังคม สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลได้ และพยายามดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า ยังมีแรงงานต่างด้าวบางส่วนที่กระทำผิดกฎหมายหรือทำงานผิดประเภท ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแรงงานที่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย
แรงงานหญิงรายดังกล่าวยังกล่าวว่า แรงงานชาวเมียนมาร์จำนวนมากไม่ต้องการเดินทางกลับประเทศเมียนมา เนื่องจากมองว่าคุณภาพชีวิตและโอกาสในการทำงานในประเทศไทยดีกว่า ขณะที่หากกลับประเทศก็ต้องเผชิญกับความยากลำบาก อีกทั้งหลายคนได้สร้างครอบครัว มีคู่ครองเป็นคนไทย และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมไทยมาเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ เธอยังตั้งคำถามต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์แรงงานต่างด้าว โดยกล่าวว่า แรงงานชาวเมียนมาร์จำนวนมากทำงานอยู่ในจังหวัดภูเก็ต และหลายอาชีพเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานอย่างหนัก พร้อมระบุว่า "ถ้าพวกเราไม่ทำงานเหล่านี้ แล้วใครจะทำ"
ทั้งนี้ ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นแรงงานต่างด้าวยังคงได้รับความสนใจในจังหวัดภูเก็ต หลังกลุ่ม "ไทยไม่ทน" นำโดย "เต้ อาชีวะ" ลงพื้นที่ประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ทำงานผิดกฎหมายหรือทำงานผิดประเภท ตามพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ตลาดสดดาวน์ทาวน์ ตลาดเกษตร ในตัวเมืองภูเก็ต และพื้นที่ป่าตอง ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในหมู่แรงงานชาวเมียนมาร์ และกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคม
รายงานข่าวอ้างอิงจาก ภูเก็ตไทม์
#NEWS1 รายงาน