นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ระหว่างเดินหน้าผลักดันการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอรองรับภารกิจและการพัฒนาเมืองในอนาคต โดยได้เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 เพื่อขออำนาจจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมใน 3 ประเภท ได้แก่ ภาษียาสูบ ภาษีที่พักและโรงแรม และภาษีน้ำมัน
นายชัชชาติ ระบุว่า ปัจจุบัน กทม.ยังไม่มีอำนาจจัดเก็บภาษีทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว จึงได้เสนอเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อผลักดันการแก้ไขกฎหมาย โดยระยะเวลาที่จะมีผลบังคับใช้ยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาลและรัฐสภา
รายงานระบุว่า การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ มีเป้าหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่งจะเปิดทางให้ กทม.สามารถออกข้อบัญญัติจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมได้เอง
สำหรับรายละเอียดของภาษีที่อยู่ระหว่างการผลักดัน ประกอบด้วย ภาษียาสูบในอัตรา 10 สตางค์ต่อมวน ภาษีที่พักและโรงแรมในอัตราร้อยละ 3 ของค่าเช่า และภาษีน้ำมัน ซึ่งเดิมมีแนวคิดปรับอัตราจัดเก็บจาก 5 สตางค์ต่อลิตร เป็น 10 สตางค์ต่อลิตร อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานเห็นว่ายังไม่เหมาะสมที่จะเพิ่มภาระภาษีน้ำมันในช่วงนี้ ทำให้ กทม.อาจยังคงใช้อัตราเดิมที่ 5 สตางค์ต่อลิตร หากกฎหมายผ่านความเห็นชอบ
นอกจากภาษีใหม่ทั้ง 3 ประเภทแล้ว กรุงเทพมหานครยังมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้จากภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่และที่จอดรถ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการคลังของเมืองในระยะยาว
อ้างอิงข้อมูล : กรุงเทพมหานคร
#NEWS1 รายงาน