xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจภาค5แถลงจับขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ3คดี ยึดไอซ์กว่า1,000กิโล-ยาบ้า1.78ล้านเม็ดเชื่อมเครือข่าย"ว้าใต้-จะลอโบ่"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เชียงใหม่- ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นำแถลงผลกวาดล้างจับกุมขบวนการยาเสพติดรายใหญ่3คดี ผลงานความร่วมมือหน่วยงานความมั่นคง ยึดไอซ์รวม 1,010 กิโลกรัม ยาบ้า 1.78 ล้านเม็ด จับกุมผู้ต้องหา 6 คน พร้อมรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุหลายคัน โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน "ว้าใต้–จะลอโบ่" ที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ


วันนี้(21ก.ค.69) พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 3 สำนักงาน ป.ป.ส. และฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี ยึดไอซ์รวม 1,010 กิโลกรัม ยาบ้า 1.78 ล้านเม็ด จับกุมผู้ต้องหา 6 คน พร้อมรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุหลายคัน โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน "ว้าใต้–จะลอโบ่" ที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

โดยคดีแรกเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย หลังชุดสืบสวนได้รับข้อมูลจากสายลับว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนอำเภอแม่สายและเชียงแสน ผ่านอำเภอแม่จันและเวียงเชียงรุ้ง เพื่อไปพักคอยในพื้นที่อำเภอพญาเม็งราย เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์และนำระบบ AI วิเคราะห์เส้นทางรถต้องสงสัย จนพบรถยนต์เป้าหมาย 2 คันขับเข้าพื้นที่ในช่วงกลางดึก เมื่อรถนำขับผ่านจุดตรวจไปก่อน รถกระบะบรรทุกยาเสพติดได้ขับตามมา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและตั้งจุดสกัด แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหวังฝ่าด่าน เจ้าหน้าที่จึงใช้ "สต็อปสติก" สกัด ทำให้ยางรถแตกและรถเสียการควบคุมระหว่างนั้นชายที่นั่งท้ายกระบะกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าป่าทันที

ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าปิดล้อม คนขับได้ถอยรถพุ่งชนรถตำรวจที่ปิดทางด้านหลัง ก่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่หลายนัด เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด ก่อนที่คนร้ายจะตะโกนยอมจำนนและออกจากรถ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 1 คน ทราบชื่อคือ นายอาคม ชาวอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จากการตรวจค้นพบไอซ์บรรจุในกระสอบฟาง 14 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 410 กิโลกรัม


ส่วนคดีที่สอง เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าขบวนการดังกล่าวใช้รถหลายคันสับเปลี่ยนกันลำเลียงยาเสพติด จึงสะกดรอยติดตามตั้งแต่พื้นที่จังหวัดลำพูน ผ่านเชียงใหม่ ก่อนเข้าสู่จังหวัดเชียงราย พบรถต้องสงสัย 3 คันใช้เส้นทางรองเพื่อหลบด่านตรวจ เมื่อถึงด่านตรวจยาเสพติดปูแกง อำเภอพาน เจ้าหน้าที่เรียกตรวจรถกระบะคันแรกได้ตามปกติ แต่รถตู้และรถเก๋งที่ขับตามหลังหยุดอยู่ห่างด่านประมาณ 500 เมตร ก่อนรถตู้จะเร่งเครื่องหลบหนีและพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด

กระทั่งสามารถใช้รถตำรวจเข้าสกัดบริเวณหน้าโรงพยาบาลพาน ทำให้รถตู้เสียหลักและหยุดได้
จากการตรวจค้นพบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบจำนวน 24 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 600 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน และขยายผลติดตามจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

คดีที่สามเกิดขึ้นที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคนขับรถรับจ้างขนส่งสินค้าจากจังหวัดจันทบุรี ได้รับการว่าจ้างให้ขนโซฟาจากอำเภอพร้าวไปส่งที่จังหวัดตรัง โดยผู้ว่าจ้างเสนอค่าจ้างประมาณ 18,000 บาท แต่ไม่จ่ายเงินล่วงหน้า และเร่งให้เดินทางทันที ทำให้คนขับเกิดความสงสัย จึงประสานตำรวจ ตชด.335 และนำรถไปจอดรอที่บริเวณสุสานบ้านโป้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เมื่อเปิดโซฟาทั้ง 6 ตัว พบกระสอบซุกซ่อนอยู่ภายใน แต่ละตัวบรรจุยาบ้า 3 กระสอบ รวมของกลางทั้งสิ้น 1,780,000 เม็ด ก่อนเจ้าหน้าที่จะขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 2 คน


ทั้งนี้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ระบุว่า การจับกุมทั้ง 3 คดีเป็นผลจากการบูรณาการข่าวกรองและการใช้เทคโนโลยี AI ในการติดตามเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ส่งผลให้สามารถสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในได้สำเร็จ โดยยาเสพติด ที่สามารถจับกุมได้ล๊อตใหญ่ ยังคงเป็นยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเครือข่ายของจะลอโบ่ และ วีระ หมื่นจะดา ที่เข้าไปมีสัมพันธ์เป็นเครือญาติกัน ส่วนยาเสพติดทั้งหมดยังคงเป็นของเครือข่ายชมกลุ่มน้อยชาวว้าใต้ ส่วนเครือข่ายนี้จะมีความเชื่อมโยงกับเครือข่าวยาเสพติดที่มีการลักลอบขนด้วยการให้แอร์โฮสเตสสาวหิ้วข้ามประเทศหรือไม่ยังต้องรอขยายผลตรวจสอบจากทาง ปปส.ภาค 5 และตำรวจอยู่

สำหรับผลการปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรภาค 5 ในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 20 กรกฎาคม 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 25,739 คดี ในจำนวนนี้เป็นคดีรายสำคัญ 295 คดี ตรวจยึดยาบ้ากว่า 405 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 9,150 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 97 กิโลกรัม เคตามีนกว่า 1,300 กิโลกรัม ฝิ่นกว่า 380 กิโลกรัม และตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมูลค่าประมาณ 1,570 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและผู้บงการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป