ประเดิมแก้น้ำท่วม “หาดใหญ่-สงขลา” โยธาฯ ประกาศผู้ชนะโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองอู่ตะเภา มูลค่าโครงการ 40 ล้าน พื้นที่หมู่ 1 ต.ทุ่งลาน อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ด้าน “ครม.หนู” ไฟเขียวเพิ่มกรอบวงเงินผูกพันถึงปี 70 โครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำคลองตง อีก 44 ล้าน รวมเป็น 359.52 ล้านบาท พ่วงเพิ่มงบกลาง 69 ให้ “กรมชลประทาน” 843 ล้านบาท 67 รายการ ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดภาคใต้
วันนี้ (21 ก.ค.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ออกประกาศกรมฯ แจ้งผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองอู่ตะเภา หมู่ที่ 1 ตําบลทุ่งลาน อําเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ความยาวไม่น้อยกว่า 420 เมตร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โดยจะทําการก่อสร้างในความยาว 430 เมตร จำนวน 1 โครงการ โดยประกาศให้ ห้างหุ้นส่วนจํากัด ปิยะโยธาก่อสร้าง (จ.ชุมพร) ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 39,750,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวง จากงบประมาณที่ได้รับจัดสรร วงเงิน 40 ล้านบาท (ราคากลาง 39,958,000 บาท)
วันเดียวกัน ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.มีมติอนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินก่อหนี้ผูกพัน สำหรับงานจ้างก่อสร้างคลองระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบ ความยาว 4 กิโลเมตร
“โครงการคลองระบายน้ำคลองตง ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จาก 315 ล้านบาท เป็น 359.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44.52 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันจากปีงบฯ 2563-2568 เป็นปีงบ 2563-2570”
ทั้งนี้ การเพิ่มกรอบวงเงินดังกล่าว เนื่องจากการดำเนินโครงการพบข้อจำกัดด้านสภาพพื้นที่และแนวเส้นทางก่อสร้าง จึงจำเป็นต้องปรับแบบก่อสร้างและเพิ่มเติมรายการงานให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง
อาทิ การปรับแนวคลองระบายน้ำ การย้ายตำแหน่งประตูระบายน้ำ การปรับรูปแบบคลองในบางช่วง และการเพิ่มงานระบบระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยให้การก่อสร้างมีความเหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยไม่กระทบต่อวัตถุประสงค์ของโครงการ
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ตำบลพะตงและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนเป็นประจำ ช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
“เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดสงขลาในระยะยาว ตลอดจนสามารถพัฒนาพื้นที่โครงการให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำของชุมชนได้ในอนาคต”
ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 843.26 ล้านบาท
ให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำไปดำเนินโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ โครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูฯ ดังกล่าว จะดำเนินการในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวมทั้งสิ้น 67 รายการ
เช่น ซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 จังหวัดสงขลา ซ่อมแซมคลองระเกดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสตูล ขุดลอกคลองโดยรถขุดจ้างเหมา ข้างคลองระบายน้ำ D7 อำเมือง จังหวัดยะลา ซ่อมแซมคันคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาเป็นช่วงๆ
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี และ ซ่อมแซมระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบ โครงการอาคารบังคับน้ำบ้านกาเยาะมาตี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น
“นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้งบประมาณดังกล่าว ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เร่งดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูให้สำเร็จโดยเร็ว โดยคำนึงถึงความประหยัด คุ้มค่า และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ” น.ส.รัชดา กล่าว.