xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มนครปฐมแฉ ‘ครูปรีชา’ อ้างเส้นเลขาฯ ‘อนุทิน’ รับวิ่งคดีหัวละ 3 แสน จ่ายเกือบ 5 หมื่น สุดท้าย เงียบ ทวงเงินคืนไร้วี่แวว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นครปฐม - ชายชาวนครปฐม ร้องเพจดังกล่าวหา “ครูปรีชา” บุคคลในคดีหวย 30 ล้านที่โด่งดัง เรียกเงินช่วยพลิกคดี อ้างประสานเลขาฯ “อนุทิน” หัวละ 3 แสน สุดท้ายจ่ายเกือบ 5 หมื่น เงียบหาน ไร้ความคืบหน้า เมื่อทวงถามเงินคืนกลับถูกบ่ายเบี่ยง จึงเข้าร้องเรียนขอให้ตรวจสอบ พร้อมตั้งคำถามว่า “ตอนนี้อยากหาความจริงจากครูปรีชา”

วันนี้ ( 22 ก.ค. ) นายวิทยา (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ชาวอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เข้าพบ นายศุภภัทรพจน์ นิติศศธร หรือ “มหาพจน์” เจ้าของเพจ “คุยข่าวเล่าความ” เพื่อร้องเรียนกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าลูกชายและเพื่อนถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 6 ปี 8 เดือน ในคดีฆ่าผู้อื่น และอยู่ระหว่างต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

นายวิทยา เปิดเผยว่า หลังจากเคยร้องเรียนผ่านสื่อเพื่อขอพยานหลักฐานใหม่ ได้หวนกลับไปขอความช่วยเหลือจากนายปรีชา ซึ่งเคยเป็นครูสอนหนังสือตั้งแต่สมัยเด็ก และเป็นผู้ก่อตั้งชมรม “ครูปรีชา ค้นหาความจริง” โดยในช่วงแรกครูปรีชาลงพื้นที่ รับฟังข้อมูล และประกาศผ่านสื่อว่าจะช่วยค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทำให้ครอบครัวเกิดความหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องอ้างว่า หลังจากนั้นไม่นาน ครูปรีชาได้แจ้งว่ามี “ผู้ใหญ่” ที่สามารถช่วยเหลือคดีได้ แต่ต้องใช้เงินดำเนินการจำนวน 300,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินการด้านคดี ก่อนจะต่อรองเหลือ 50,000 บาท และตนได้โอนเงินให้ครูปรีชาไปแล้ว 30,500 บาท

ผู้ร้องยังกล่าวอ้างอีกว่า ต่อมาครูปรีชาได้แนะนำให้ไปพบชายคนหนึ่ง ซึ่งระบุว่าเป็นเลขานุการของนายอนุทิน พร้อมนัดหมายให้เข้าพบที่ย่านหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อไปถึงได้พบชาย 2 คน ตรวจดูสำนวนคดีและแจ้งว่าสามารถช่วยเหลือได้ แต่ต้องใช้เงินอีก 300,000 บาท ก่อนต่อรองเหลือ 30,000 บาท ตนจึงทดลองโอนเงินไปก่อน 18,000 บาท แต่หลังจากนั้นกลับถูกติดตามทวงเงินเพิ่มเติม และขอเพิ่มยอดเป็น 50,000 บาท ทำให้เริ่มเชื่อว่าอาจถูกหลอกลวง

นายวิทยา ระบุว่า เมื่อเริ่มไม่มั่นใจจึงกลับไปขอเงินจำนวน 30,500 บาทคืนจากครูปรีชา เพื่อนำไปจ่ายอีกฝ่าย แต่ได้รับคำชี้แจงในลักษณะบ่ายเบี่ยง โดยอ้างว่าได้นำเงินไปให้ผู้ใหญ่แล้ว หรือใช้เป็นค่าทนายความในการดำเนินคดีอื่น รวมทั้งอ้างว่าติดภารกิจต่าง ๆ จึงยังไม่สามารถคืนเงินได้ ทำให้ตนตัดสินใจนำเรื่องมาร้องเรียน เพราะต้องกู้ยืมเงินจากญาติพี่น้องมาใช้จ่าย และเกรงว่าจะมีผู้เสียหายรายอื่นหากเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

“ผมไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากความจริง หากช่วยไม่ได้ก็ไม่ควรอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่หรือสามารถช่วยคดีได้ เพราะคนที่ไปหาทุกข์กันอยู่แล้ว ผมเพียงต้องการเงินคืน และอยากให้หยุดพฤติกรรมลักษณะนี้ หากมีจริง” นายวิทยา กล่าว

ด้าน นายศุภภัทรพจน์ นิติศศธร หรือ “มหาพจน์” เจ้าของเพจ “คุยข่าวเล่าความ” กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ผู้ร้องอ้างว่ามีการแนะนำให้ไปพบบุคคลที่อ้างว่าเป็นเลขานุการของนายอนุทิน และมีการเรียกค่าใช้จ่ายในลักษณะเดียวกันคือ 300,000 บาท ก่อนจะทยอยรับเงินบางส่วน ซึ่งข้อเท็จจริงยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งพยาน บุคคล และหลักฐานการโอนเงิน

นายศุภภัทรพจน์ ระบุเพิ่มเติมว่า โดยหลักกฎหมาย การอ้างว่าสามารถใช้เส้นสายหรือบุคคลผู้ใหญ่เพื่อเปลี่ยนแปลงผลคดี ไม่ใช่วิธีการที่กระบวนการยุติธรรมดำเนินการ หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อจนยอมมอบทรัพย์สิน ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง และหากพบว่ามีการกระทำในลักษณะต่อเนื่องเป็นขบวนการ ก็อาจมีความผิดตามกฎหมายในข้อหาอื่นเพิ่มเติม โดยหลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งคลิปเสียง ข้อความสนทนา และหลักฐานการโอนเงิน ก่อนพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อมูลจากฝ่ายผู้ร้องเรียนเพียงด้านเดียว ผู้สื่อข่าวอยู่ระหว่างติดต่อ นายปรีชา ใคร่ครวญ รวมถึงบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง เพื่อขอชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป