นานถึง 74 ปี หลังจากที่เครื่องบินของสายการบิน แพนอเมริกัน เวิลด์ แอร์เวย์ส (Pan Am) ตกในทะเลนอกชายฝั่งเปอร์โตริโก ล่าสุดทีมค้นหาทางการบินประกาศว่าพวกเขาค้นพบซากเครื่องของบินที่จมอยู่ก้นมหาสมุทรแล้ว
มูลนิธิ Air/Sea Heritage Foundation และหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงรายการ "Expedition Unknown" ของช่อง Discovery Channel ค้นพบซากเครื่องบิน "Clipper Endeavor" ของแพนอเมริกันแอร์เวย์สที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งทางเหนือของเปอร์โตริโกเมื่อเดือนที่แล้ว ตามที่ช่อง Discovery แถลงเมื่อวันอังคาร (21 ก.ค.)
เครื่องบินรุ่น Douglas DC-4 ลำนี้แตกออกเป็นสองส่วนและจมลงสู่ก้นมหาสมุทร ไม่นานหลังจากบินขึ้นจากเปอร์โตริโกเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ปี 1952 โดยมีผู้โดยสาร 64 คน และลูกเรือ 5 คนบนเครื่อง
แม้ว่าทุกคนบนเครื่องจะรอดชีวิตจากการตกกระแทกครั้งแรก ทว่ามีเพียงผู้โดยสาร 12 คน และลูกเรือ5 คนเท่านั้นซึ่งได้รับการช่วยเหลือได้ทัน ส่วนที่เหลือเสียชีวิตไปพร้อมกับเครื่องบิน โดยที่ผู้รอดชีวิตบอกกับทางเจ้าหน้าที่สอบสวนว่า ทุกๆ คนยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งเครื่องบินลงสู่พื้นน้ำ ทว่าเกิดความตื่นตระหนกไปทั่วทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากดิ้นรนหาเสื้อชูชีพ ส่วนลูกเรือก็ประสบความลำบากในขณะพยายามดึงแพชูชีพออกจากที่เก็บ จากนั้นไม่กี่นาที เครื่องบินก็จมลงไปในมหาสมุทร
ภัยพิบัติครั้งนี้ทำให้เกิดการปฏิรูปครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการบิน โดยในปัจจุบันก่อนเครื่องบินทะยานขึ้น พนักงานบนเครื่องจะแนะนำผู้โดยสารเกี่ยวกับจุดทางออกต่างๆ ของเครื่องบิน และสถานที่เก็บเสื้อชูชีพ รวมทั้งสาธิตวิธีการสวมใส่และวิธีทำให้มันพองลมพร้อมใช้งาน
“พวกเราทุกคนต่างตกตะลึงและดีใจกับการค้นพบครั้งนี้ แต่ก็รู้สึกน้อมรับและระลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนั้นเมื่อนานมาแล้ว” รัสส์ แมทธิวส์ ประธานมูลนิธิ Air/Sea Heritage Foundation กล่าว
การค้นหาครั้งนี้ ซึ่งมีบริษัท Deep Sea Vision เข้าร่วมด้วย ใช้โซนาร์ความละเอียดสูง โดยพบซากเครื่องบินอยู่ที่ความลึกเกือบ 2,000 ฟุตใต้มหาสมุทรแอตแลนติก
ปฏิบัติการการค้นหายังมีการใช้โดรนใต้น้ำอัตโนมัติ ซึ่งได้ช่วยไขปริศนาว่าเครื่องบินลำนี้ตกลงไปที่ตำแหน่งใด
ที่มา: รอยเตอร์/เอพี