ศรีสะเกษ-1 ปี ไม่ลืม ทำบุญรำลึก 8 ชีวิต เหยื่อ BM-21 เขมรถล่มปั๊มบ้านผือ อ.กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ น้ำตาของครอบครัวผู้สูญเสียยังไม่จาง ขณะที่เจ้าของปั๊มจี้รัฐเร่งเยียวยาเผย “อนุทิน” เคยรับปากแต่เงียบหาย พร้อมวอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาชายแดนอย่างเด็ดขาด เผยชาวชายแดนกังวลเกิดการปะทะรอบที่ 3 เหตุกัมพูชาระดมกำลังประชิดแนวชายแดนต่อเนื่อง
วันนี้ ( 22 ก.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ ตำบลหญ้าลาด อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พ.อ.ธลัด พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 (ผบ.ฉก.ทพ.23) พร้อมด้วย พ.อ.สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 (ฉก.1) กองกำลังสุรนารี กำลังพลทหาร ประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบครัวผู้สูญเสีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประกอบพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
โดยพิธีดังกล่าวได้รับความเมตตาจาก พระราชมงคลวัชราจารย์ (หลวงตาเยื้อน ขนฺติพโล) เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์และอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกอาลัย พร้อมความหวังให้พื้นที่ชายแดนกลับคืนสู่ความสงบ
ทั้งนี้ เหตุการณ์ปะทะที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านผือ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยฝ่ายกัมพูชาได้ยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 เข้ามายังฝั่งประเทศไทย กระสุนส่วนหนึ่งตกบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 13 ราย รวมทั้งสร้างความเสียหายต่ออาคาร สถานีบริการน้ำมัน และทรัพย์สินของประชาชนเป็นวงกว้าง นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ
นางกมนรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ เปิดเผยว่า แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 แต่ได้จัดพิธีทำบุญในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากสามารถนิมนต์หลวงตาเยื้อนมาประกอบพิธีได้ในวันดังกล่าว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนยังจำเหตุการณ์วันแรกของการสู้รบได้ไม่เคยลืม ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดังยังรู้สึกตกใจและหวาดผวาอยู่เสมอ
ในส่วนของการเยียวยา ภาคเอกชนได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือแล้ว แต่ในส่วนของภาครัฐยังไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด โดยเมื่อเดือนมกราคม 2569 ตนได้เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะเดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับปากว่าจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือ ต่อมา นายพีระพงศ์ หมื่นผ่อง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ ได้โทรศัพท์แจ้งว่าจะมีการอนุมัติเงินชดเชยความเสียหาย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงได้ยื่นหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความชัดเจน เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมานานกว่า 1 ปีแล้ว
เจ้าของปั๊มกล่าวอีกว่า ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบกันทุกครัวเรือน การฟื้นฟูอาชีพและการค้าขายไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งยังกังวลว่าจะเกิดการปะทะรอบที่ 3 เนื่องจากฝ่ายกัมพูชายังคงมีกำลังประชิดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านได้ซักซ้อมแผนอพยพไว้แล้ว หากได้รับแจ้งเตือนก็พร้อมปิดปั๊มและอพยพทันทีซึ่งตนขอเสนอให้รัฐบาลเร่งกำหนดแนวเขตชายแดนให้มีความชัดเจน ผลักดันผู้ที่รุกล้ำออกจากพื้นที่ สนับสนุนงบประมาณแก่กำลังพลชั้นผู้น้อย ตลอดจนพัฒนาระบบการสื่อสารให้ครอบคลุม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและดูแลความปลอดภัยของประชาชน
ด้าน นางบุษบา คำวัง อายุ 42 ปี มารดาของ ด.ช.กิตติศักดิ์ “น้องซีเกมส์” หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า แม้เวลาจะผ่านไปครบ 1 ปี แต่ตนยังไม่สามารถทำใจได้ ยังรู้สึกเหมือนลูกยังอยู่กับตนตลอดเวลา แม้การเยียวยาจะได้รับความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนแล้ว แต่ความสูญเสียไม่อาจทดแทนได้ ปัจจุบันยังใช้ชีวิตด้วยความคิดถึงลูกทุกวัน สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือไม่อยากให้เกิดการปะทะขึ้นอีก พร้อมและอยากให้ปิดด่าน ไม่ต้องการการให้ไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับกัมพูชาอีกต่อไป
ขณะที่ นายคมสัน ประชัน อายุ 41 ปี ผู้สูญเสียภรรยาและลูก 2 คน จากเหตุการณ์เดียวกัน กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนอยู่ในเหตุการณ์และภาพความสูญเสียยังติดอยู่ในความทรงจำ วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กลับมายังปั๊มน้ำมันแห่งนี้ หลังจากผ่านมา 1 ปี ตนไม่เคยย่างกรายเข้ามาในปั๊มแห่งนี้อีกเลย เพราะเมื่อกลับมายังจุดเกิดเหตุ ก็อดคิดถึงภรรยาและลูกไม่ได้ ทำให้รู้สึกใจหวิวและสะเทือนใจอย่างมาก หลังสูญเสียภรรยาและลูกทั้ง 2 คน ได้ย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดที่ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์ กับมารดา แม้เวลาจะผ่านไปแต่ยังคิดถึงครอบครัวทุกวัน เนื่องจากมีความผูกพันกันมาก เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้อุปสมบทเป็นเวลา 15 วัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ภรรยาและลูก และหากมีโอกาสก็จะทำบุญอุทิศให้ครอบครัวต่อไป
สำหรับการเยียวยา นายคมสันระบุว่า ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐครบถ้วนแล้ว ส่วนสถานการณ์ชายแดน ตนไม่อยากให้เกิดการปะทะรอบที่ 3 เพราะหากเกิดขึ้นอีก ประชาชนจะต้องอพยพ สูญเสียรายได้ เสียเวลาในการประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็อยากให้ทุกอย่างยุติลงอย่างเด็ดขาด ไม่ยืดเยื้อ พร้อมยืนยันว่า ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนต่างเตรียมกระเป๋าและสิ่งของจำเป็นไว้พร้อมอพยพอยู่ตลอดเวลา หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียดหรือเกิดการปะทะขึ้นอีก