กระทรวงวัฒนธรรมของเอลซัลวาดอร์แถลงเมื่อวันอังคาร (21 ก.ค.) ว่านักโบราณคดีในเอลซัลวาดอร์ได้ขุดพบซากโครงกระดูกมนุษย์ที่เชื่อว่ามีอายุเกือบ 3,000 ปี
ซากโครงกระดูกดังกล่าวถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ในสุสานที่เมืองอันติโก คัสคาตลัน ชานเมืองซานซัลวาดอร์ และคาดว่ามีอายุย้อนไปถึงประมาณ 850 ปีก่อนคริสตกาล
หลุมฝังศพยังพบภาชนะเซรามิกขนาดเล็กแบบอุซูลูตันรูปทรงคล้ายเต่าทะเล รวมถึงเศษกิ่งมันสำปะหลังที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ใต้ชั้นเถ้าภูเขาไฟที่ทับถมในช่วงเวลาต่างๆ
ซากโครงกระดูกถูกพบในท่าคว่ำหน้า และจะนำไปวิเคราะห์หาอายุด้วยวิธีคาร์บอนกัมมันตรังสี นอกจากนี้จะมีการวิเคราะห์ดีเอ็นเอเพื่อระบุเพศของบุคคลนั้นด้วย
ตามข้อมูลจากกระทรวง สถานที่แห่งนี้อาจมีหลุมฝังศพที่คล้ายกับที่ค้นพบในแหล่งโบราณคดีชาลชัวปาทางตะวันตกของเอลซัลวาดอร์ ซึ่งนักโบราณคดีได้ขุดพบซากศพ 33 คนในทศวรรษ 1970
การค้นพบนี้ ซึ่งถือเป็นหลักฐานการบูชายัญมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมโสอเมริกา ประกอบด้วยโครงกระดูกที่สมบูรณ์ 26 โครง โครงกระดูกที่ไม่สมบูรณ์ 4 โครง และกะโหลกศีรษะที่แยกออกมา 3 ชิ้น
หลายศพถูกพบในท่าคว่ำหน้าโดยมือและเท้าถูกมัด ในขณะที่บางศพแสดงร่องรอยของการถูกทำร้ายหรือถูกตัดศีรษะ
ที่มา เอเอฟพี