รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อรู้จัก “น้องสตางค์และน้องนะโม” ลิเกตัวน้อยยอดกตัญญู แม้จะอยู่ในวัยเรียน แต่ช่วยกันร้องลิเกเปิดหมวกหารายได้ดูแลยายที่ไม่แข็งแรง โดยมีความฝันว่า สักวันจะมีบ้านเป็นของตนเอง
ปัจจุบันน้องสตางค์ ด.ช.อดิเทพ ดอกรักษ์ อายุ 9 ขวบ ส่วนน้องนะโม ด.ช.ณภัทร ทรัพย์แสง อายุ 11 ขวบ คุณยายเนื้อทิพย์ ดอกรักษ์ เผยว่า น้องสตางค์กับน้องนะโม ไม่ได้มีพ่อแม่เดียวกัน
“สตางค์ ตอนแรกแม่เขาอยู่ด้วยกัน ตอนแม่เขาทิ้งไป สตางค์ยังไม่ 2 ขวบ ยายก็เลี้ยงมาจนทุกวันนี้ เขาชอบเล่นลิเก ส่วนนะโมเขาเพิ่งมาอยู่ได้ 3-4 ปี เพราะแม่เขาไปทำงาน แม่เขายังทำงานอยู่ (ถาม-แวะมาบ้างไหม?) มา”
ยายถูกโรคภัยรุมเร้า!
“ยายเป็นปอดติดเชื้อ แต่เหมือนใช้ชีวิตได้ปกติ แค่เดิน สมมุติไปงานหรือตลาดนัด เดินรอบเดียว ก็เหนื่อย (ถาม-นอกจากปอดติดเชื้อ มีโรคอื่นไหม?) มีเบาหวาน ความดัน ไขมัน เบาหวานขึ้น 305”
น้องสตางค์ เผยที่มาของการเปิดหมวกร้องลิเกว่า“เพราะตอนนั้นยายเขาไอ เขาไปนอน รพ.15 วัน ตอนที่เขายังไม่ไอ เขาขายขนมครก และผมก็ไปเดินขาย พอยายเข้า รพ. ยายทำอะไรก็เหนื่อย ไม่ไหว ผมเลยไปร้องเพลง พอได้ตังค์มา ก็เริ่มอาชีพนี้ (ถาม-ยายไม่ค่อยสบาย หนูเลยไปเปิดหมวกเลย?) ครับ”
ด้านอรุณทิพย์ สมใจเพ็ง ครูโรงเรียนวัดเกาะ ซึ่งเป็นครูประจำชั้นสตางค์ ยอมรับว่า น้องสตางค์เป็นเด็กที่อัธยาศัยดี และมีความรับผิดชอบสูง
“(ถาม-ในห้องเรียน น้องสตางค์เป็นคนยังไงบ้าง?) พูดเก่ง ด้วยความที่เขากล้าแสดงออก เขาชอบร้องเพลง เขาคุยเก่ง เขาเป็นคนที่ชอบถาม เวลามีอะไรสงสัยในห้อง เขาจะชอบถาม กับเพื่อน เขาก็อัธยาศัยดี พูดคุยได้ เขาจะมีความรับผิดชอบ ด้วยความที่เขารู้ว่า เขาต้องทำอะไร ด้วยวัยของเขา เขาต้องมีความรับผิดชอบครอบครัวตัวเอง เขามีความรับผิดชอบเรื่องนั้นอยู่แล้ว มันเลยส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงในโรงเรียน เขามีความรับผิดชอบในตัวเองสูง”
ขณะที่ภัทรพร ทิพย์จินดาชัยกุล ครูประจำชั้นน้องนะโม เผยว่า น้องนะโมเป็นเด็กขยันและอัธยาศัยดี
“เขาจะเป็นคนตลก อัธยาศัยดี ชอบช่วยเหลือครู ชอบช่วยเหลือเพื่อน เป็นที่รักของเพื่อนและน้องๆ ในโรงเรียนด้วย (แล้วผลการเรียนของน้อง) อยู่ในระดับปานกลาง แต่ถนัดวิชาภาษาไทยและดนตรี น้องเป็นคนที่ขยัน ขยันมากเลย ถ้าสมมุติบางช่วงเวลา เป็นบางวัน ที่น้องจะต้องไปเล่นงานอะไร อาจจะมีลาในวันที่มาเรียนบ้าง เช่น วันจันทร์ ช่วงที่เขาหยุดไป เวลาเขากลับมาเรียน เขาก็จะมาตามงานตามการบ้านที่เพื่อน ในช่วงพักกลางวัน รับประทานอาหารกลางวันเสร็จ เขาจะมานั่งทำต่อ จนเสร็จทันเพื่อน ตรงไหนไม่เข้าใจ ครูจะเสริม มันคือเรื่องอะไรยังไง อธิบายเพิ่มเติม”
ยายเคยถูกงูเห่ากัด ผ่านมา 10 ปี แผลยังไม่หาย!
“เมื่อก่อนยายขายขนมครก ขนมเบื้อง ขนมไข่ วิ่งขายเลี้ยงสตางค์มาในรถซาเล้ง จนมาอยู่นี่ ยายไม่ใช่คนที่นี่นะ คนอยุธยามาอยู่นี่ 5 ปีแล้ว พอขายไม่ดีก็เลยเลิกขายขนมครก (ถาม-พูดถึงแผลที่เท้า?) โดนงูเห่ากัดหลายปีแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.55 หนูไปอยู่ระยอง และนั่งอยู่ในบ้าน ไปเช่าที่ปลูกบ้าน ก็นั่งอยู่ ก็บอกกับแม่สตางค์ว่า จะไปขายของกัน ขายขนมตลาดนัด ก็บอกว่า บ่ายสองแล้วไปขายของแล้วนะ ขาหนูก็พักไว้ที่โต๊ะ ก็ชักออกมา ก็กัดเลย แผลมันเยอะ เขาคว้านไป ตัดนิ้วไป แผลเหลือแค่นี้ แต่เบาหวาน ถ้าเบาหวาน 100 กว่า ก็จะแห้งลงหน่อย แต่นี่ 300 กว่า ฉ่ำ (ถาม-10 กว่าปี แผลยังไม่หาย ตอนนี้นิ้วเท้าเหลือ 4 นิ้ว?) ใช่”
ยามยายป่วย หลานพยายามดูแลทุกอย่าง!
“เบาหวานมันขึ้น ยายเลยเป็นแผลแบบนั้น มันไม่ยอมหาย (ถาม-เวลายายป่วย สตางค์ช่วยยายยังไงบ้าง?) หายาให้ยายกินและทำกับข้าวให้ยาย (ถาม-ทำกับข้าว ทำอะไร?) ทอดไข่ (ถาม-หาข้าวหายาให้ยายกินได้ คุณยายมีความสำคัญยังไงกับชีวิตของน้อง?) ยายยังรอความหวังจากพวกเราอยู่”
“ทุกวัน พอเลิกเรียนผมกับพี่นะโมก็ไปร้องเพลง (ถาม-เลิกกี่โมง?) บางทีก็บ่ายสอง บางทีก็เต็มวัน (ถาม-ทำไมถึงเลิกก่อน?) เพราะตอนนั้นไป มันไม่มีงาน ผมเลยต้องไปตลาดนัด”
ด้านน้องนะโม ยอมรับว่า ตอนแรกตัวเองก็ร้องลิเกไม่เป็น“ตอนนั้นผมร้องไม่เป็น ผมได้แค่ช่วยน้องยกของไปตั้ง พอตั้งเสร็จ ผมก็ไปนั่งที่รถ รอเวลากลับ (แล้วเริ่มมาแสดงเมื่อไหร่) ตอนนั้นผมเหมือนไม่มีอะไรทำ นั่งรถ ก็ต้องรอหลายชั่วโมง ตอนนั้นน้องผมไปเข้าห้องน้ำ ไม่มีใครร้อง ผมเลยไปร้องต่อ ผมก็ร้องเป็นบ้าง พอไปๆ มาๆ ผมก็มาร้องเต้นกับน้อง”
ขณะที่น้องสตางค์ เผยว่า รายได้จากการร้องลิเกเปิดหมวกค่อนข้างดี“รายได้ดีครับ วันละ 600-700 (ถาม-ได้มาแล้วไปทำอะไร?) ก็เอาไปจ่ายค่าบ้าน บางทีก็ไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ (ถาม-เวลาได้เงินมา เราเอาไปให้ใคร?) เอาไปให้ยาย (ถาม-ทำไมเลือกเอาให้ยายหมดเลย?) เพราะผมจะตอบแทนบุญคุณที่ยายเลี้ยงผมมาแต่เด็ก”
“(ถาม-เคยพยายามตามหาแม่ไหม?) เคย ตอนนั้นผมกับยายหา ที่ผมจำความได้ ยายผมไปตามหาแม่ที่บ้าน แต่ไม่เจอแม่ แล้วยายแขกเขาบอกว่า แม่ผมหนีไปไหนไม่รู้ แล้วผมก็ไปตามหาๆ ก็ไม่เจอ ใช้เวลา 2 วันหาไม่เจอ ผมเลยเลิกหา”
“(ถาม-เรียนด้วย ทำงานด้วย มีวันหยุดไหม?) บางทีก็หยุด บางทีก็ไม่ได้หยุด (ถาม-เหนื่อยบ้างไหม?) ไม่เหนื่อย (ถาม-แล้วการร้องเพลงทุกวัน มันส่งผลต่อสุขภาพเสียงเราไหม?) ไม่”
“(ถาม-ที่ผ่านมา มีช่วงที่ครอบครัวมีปัญหาหรือลำบากบ้างไหม?) เมื่อก่อนมี แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว (ถาม-เมื่อก่อนเป็นยังไง?) มันลำบาก ไม่มีข้าวกิน ผมก็ไปวัด และไปขอวัดกิน รถยายยังมีน้ำมันอยู่ ก็ไปร้องเพลง ได้มา 200-300 ก็เอามาซื้อข้าวกิน (ถาม-ตอนนั้นหนูเห็นยายลำบาก หนูรู้สึกยังไงบ้าง?) ผมบอกยายว่า ถ้ายายหิว อดทนก่อนนะยาย เดี๋ยวผมไปร้องเพลง เอาตังค์มาซื้อข้าวให้ยาย”
ยายภูมิใจหลานหาเลี้ยงยายได้!
“(ถาม-หลานตัวนิดเดียว ต้องเป็นคนที่หาเงินให้เรา ความรู้สึกของเราเป็นผู้ใหญ่เป็นยาย รู้สึกยังไง?) ยายก็พูดกับหลานว่า ยายเหมือนเห็นแก่ตัวเนอะว่ายายต้องหาเลี้ยงมันใช่ไหม แต่มันกลับมาหาเลี้ยงเราอย่างนี้ แล้วช่วงนี้ขายของ บางทีแม่ค้าเยอะมาก ตามงาน หนูก็พูดกับหลานว่า ดีนะที่มึงหาเลี้ยงกู ก็ภูมิใจแหละ”
“(ถาม-สำหรับยาย หลานทั้งสองคนเคยทำอะไรให้เราซาบซึ้งใจไหม ความกตัญญูของหลาน?) บางทีมันก็ดีนะ มันก็พูดตามประสาเด็ก มันก็รักยายดี ไม่ว่าได้ตังค์ตรงไหน ใครจะให้ มันก็มาให้ยาย ยายก็ภูมิใจว่ามันไม่ไปนอกลู่นอกทาง ยายสอนสิ่งดีๆ ให้มัน ยายก็คิด มึงก็ดีกว่าลูกกูอีก”
นอกจากร้องลิเกเปิดหมวกหารายได้ดูแลยายแล้ว ความฝันของยายและหลานทั้งสองที่อยากทำให้สำเร็จก็คือ การมีบ้านเป็นของตนเอง
หากท่านใดต้องการร่วมส่งกำลังใจ หรือร่วมเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้ครอบครัวของคุณยายเนื้อทิพย์ น้องสตางค์ และน้องนะโม โอนไปได้ที่ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี นางสาวเนื้อทิพย์ ดอกรักษ์ เลขที่บัญชี 020-251-286173
คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“ลิเกตัวน้อย...สู้เพื่อยาย”
https://www.youtube.com/watch?v=Az4S3Jo0Nho
ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)
หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อhttps://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อhttps://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos