MGR Online - ปอท.ทลายเครือข่ายหลอกลวงลงทุนเปิดร้านค้าออนไลน์ "Style Cycle" รวบ 17 ผู้ต้องหา ยึดทรัพย์กว่า 23 ล้าน พบเชื่อมแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปต เงินหมุนเวียน 149 ล้าน
วันนี้ ( 24 ก.ค.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก. 2 บก.ปอท. พ.ต.ท.หญิง นิมมิตา สุพรรณ สารวัตร (สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. และ พ.ต.ต.ลัทธพล อัครปัญญา สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการตรวจค้น 19 จุด ในพื้นที่ 11 จังหวัด พร้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 17 ราย และตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท
สำหรับผู้ต้องหาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุมสั่งการและฟอกเงิน 3 ราย กลุ่มผู้รับ-ส่งเงินและถอนเงินสด 7 ราย และกลุ่มบัญชีม้าอีก 7 ราย โดยตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เงินสดหลายสกุล ทองคำแท่งน้ำหนัก 45 บาท รถยนต์หรู 6 คัน พระเครื่อง เครื่องประดับ กระเป๋าและรองเท้าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และแหวนเพชร รวมมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท
พ.ต.ต.ลัทธพล เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มจากผู้เสียหายถูกเพจเฟซบุ๊กชักชวนให้เปิดร้านค้าออนไลน์ ก่อนถูกดึงเข้ากลุ่ม Line OpenChat “ซื้อ-ขาย Style Cycle Market” ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือด้วยสมาชิกหน้าม้ากว่า 1,000 คน จากนั้นคนร้ายหลอกให้สมัครร้านค้าผ่านเว็บไซต์ “STYLE CYCLE” และอ้างว่าต้องเพิ่มเครดิตร้านค้าเพื่อให้สามารถถอนเงินจากยอดขายได้ ก่อนหลอกให้โอนเงินทำภารกิจเติมเครดิตและหมุนเวียนสต็อกสินค้า หลังผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวม 25 ครั้ง ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักล้านบาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 14.75 ล้านบาท แต่ไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ เมื่อเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนขยายผลจนพบเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน มีการถอนเงินสด โอนซื้อสินค้าส่งออกไปประเทศกัมพูชา และซื้อทองคำเพื่ออำพรางที่มาของเงิน
พ.ต.ต.ลัทธพล กล่าวต่อว่า ผลการสืบสวนพบว่า น.ส.ปรียาดา เปิดบริษัทบังหน้าในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ทำหน้าที่รับฟอกเงินให้เครือข่ายสแกมเมอร์ชาวจีนในฝั่งเมียนมาและกัมพูชา โดยได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 25 ของยอดเงิน ขณะที่นายชีวัน ทำหน้าที่รวบรวมเงินสดส่งต่อให้เครือข่ายชาวจีน ได้รับค่าจ้างร้อยละ 5 ของยอดเงิน จากการตรวจสอบพบว่า ในปี 2568 เครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนกว่า 149 ล้านบาท และเชื่อมโยงคดีฉ้อโกงออนไลน์อีกกว่า 226 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 17 ล้านบาท
ด้าน พ.ต.ท.หญิง นิมมิตา กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหากลุ่มบัญชีม้าชาวไทย พบว่าหลายรายถูกหลอกสมัครงานผ่านเฟซบุ๊กและ TikTok โดยอ้างว่าเป็นงานแอดมินหรือขับรถ รายได้เดือนละ 18,000-19,000 บาท แต่เมื่อหลงเชื่อกลับถูกพาไปเปิดบัญชีธนาคารหลายแห่ง ก่อนลักลอบนำตัวข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เมื่อเดินทางไปถึงปลายทาง ผู้เสียหายถูกยึดโทรศัพท์มือถือและเอกสารประจำตัว ถูกกักขังในอาคารที่มีกรงเหล็กล้อมรอบ และมีชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืนและเครื่องช็อตไฟฟ้าคอยควบคุมตลอดเวลา ก่อนถูกบังคับให้ทำหน้าที่เป็นแอดมินหลอกลวงคนไทยและสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันธุรกรรมทางการเงิน โดยนายพิพัฒน์ให้การว่า ถูกบังคับให้สแกนใบหน้าต่อเนื่อง 3-4 วัน พร้อมถูกข่มขู่ว่าหากขัดขืนจะถูกทำร้ายถึงชีวิต กระทั่งบัญชีธนาคารถูกอายัด กลุ่มคนร้ายจึงปล่อยตัวกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงไว้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, กกฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, สมคบฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป