MGR Online - กองปราบบุกจับเครือข่ายค้าอาวุธสงคราม หนีหมายจับยิงแฟนใหม่อดีตภรรยาสาหัส ค้นรังที่แม่สอด ยึดยาเสพติด- ปืน -บุหรี่ไฟฟ้าเพียบ
วันนี้ (25 ก.ค.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.พัฒน์ คล้ายวัฒนา สว.กก.4 บก.ป. และ พ.ต.ต.ธีร์รัฐ ศักดิ์บวรนิธิกุล ช่วยราชการ บก.ป. นำกำลังจับกุม นายวิภู อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด ในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน และยังมีหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และบุกรุกโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน และ น.ส.มัลลิกา อายุ 33 ปี ภายในบ้านพักพื้นที่ ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมของกลางยาอี 99 เม็ด ,เคตามีนชนิดผงหนัก 778 กรัม. หัวพอตบรรจุเคตามีน 76 หัว, อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. ยี่ห้อ GLOCK 26 จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปืนขนาดต่าง ๆ 9 มม. 38 นัด, บุหรี่ไฟฟ้า 156 ชิ้น, เงินสด 489,160 บาท, ทองรูปพรรณ 12 ชิ้น น้ำหนักรวม 186.29 กรัม มูลค่าประมาณ 800,000 บาท และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX อีก 1 คัน
สืบเนื่องจากการสืบสวนขยายผลคดีค้าอาวุธสงคราม ซึ่งมีการจับกุมเครือข่ายลักลอบค้าอาวุธปืนเอ็มโฟร์ (M4) จำนวน 20 กระบอก เมื่อปี 2567 เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเชื่อมโยงว่านายวิภูมีส่วนร่วมในขบวนการ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ กระทั่งผู้ต้องหาเข้ามอบตัว หลังรับการประกันตัว ไปแล้วก็หลบหนีไม่มาศาลตามกำหนด ก่อนจะไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงแฟนใหม่ของอดีตภรรยาที่ จ.เชียงใหม่ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วหลบหนีเรื่อยมา
ต่อมา ชุดสืบสวนรับเบาะแสว่านายวิภูหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จึงเข้าตรวจสอบ และพบผู้ต้องหาอยู่กับ น.ส.มัลลิกา ภรรยา ก่อนขอเข้าตรวจค้นบ้านพัก พบยาเสพติดทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ส ทะเบียน 7กค 6448 กรุงเทพมหานคร
สอบสวน นายวิภู และ น.ส.มัลลิกา รับสารภาพว่าครอบครองยาเสพติดจริง ส่วนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้การปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี) และวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้เพื่อจำหน่าย รวมทั้งร่วมกันช่วยซ่อนเร้นหรือจำหน่ายของที่ยังมิได้เสียภาษี” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมนำนายวิภู ส่งศาลจังหวัดแม่สอด เพื่อดำเนินการตามหมายจับที่ค้างอยู่อีกด้วย