xs
xsm
sm
md
lg

ป้านักสู้! “ป้ากุ้ง” รับเย็บผ้า-ซ่อมผ้าหารายได้ดูแลแม่ชรา น้องชายและน้าชายป่วยติดเตียง ทั้งยังดูแลเหลนอีก 2 ชีวิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.นครราชสีมา เพื่อรู้จัก “ป้ากุ้ง” หญิงหัวใจแกร่งที่ต้องเป็นเสาหลักดูแล 5 ชีวิต ซึ่งประกอบด้วย แม่วัยชรา น้องชายและน้าชายป่วยติดเตียง รวมทั้งเหลนอีก 2 คน ป้าไม่เพียงทุ่มเทดูแล แต่ยังต้องทำงานเพื่อหารายได้มาหล่อเลี้ยงทุกชีวิตอีกด้วย



“2 ปีมานี้ ต่อสู้อะไรเยอะมาก เพราะเมื่อปี 67 รักษาแม่มาทั้งปีเลย พอ 68 แม่เริ่มดีขึ้น มารักษาน้องต่อ พอมา 69 มีน้าชายเพิ่มอีก”

สุกฤตา ประทุมแสง หรือป้ากุ้ง ในวัย 58 แม้จะครองตัวเป็นโสด ไม่ได้แต่งงานมีครอบครัว แต่ป้ามีภาระให้ต้องดูแลรับผิดชอบอีกหลายชีวิต


“ปัจจุบันอยู่ห้องเช่า มีแม่ มีหลาน และลูกของหลาน 2 คน และน้องชาย ซึ่งป่วยเป็นสโตรก ล้มหัวฟาดขอบเหล็ก ไปผ่าสมองมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และไปดูแลน้าหรือน้องชายของแม่ อายุ 70 กว่าที่อยู่อีกบ้านหนึ่ง นั่นก็เป็นโรคขากล้ามเนื้ออ่อนแรง และล้มในห้องน้ำเหมือนกัน เป็นอัมพาตติดเตียง ก็ดูแลให้ข้าวให้น้ำ 3 มื้อ เช้า เที่ยง เย็น และดูแลเรื่องยา (ถาม-เท่ากับตอนนี้ป้าเป็นคนดูแลกำลังหลัก?) ค่ะ ดูแลทั้งเรื่องข้าวปลาอาหาร ทำงานบ้าน และรับงานหน้าร้าน”


ก่อนจะมายึดอาชีพเย็บผ้า-ซ่อมผ้า ป้ากุ้งทำงานสู้ชีวิตตั้งแต่เด็ก ทั้งยังเป็นกำลังหลักในการดูแลพ่อแม่ยามเจ็บป่วย

“เป็นลูกคนโต ชีวิตอยู่กับการทำงานตลอด เรียนจบ ป.6 มาก็ไปเป็นเด็กปั๊ม ออกจากเด็กปั๊ม ก็ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่สระบุรี ไปทำงานอยู่ร้านขายเครื่องไฟฟ้า ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็ก และไปเป็นแม่ครัว ทำงานมา 5-6 ปี ก็ขอเขาเรียน กศน.จบ ม.ปลาย ไปอยู่ที่โน่นได้ 12 ปี แม่เริ่มป่วย พ่อไม่สบาย ก็กลับมาอยู่ปากช่อง (นครราชสีมา) เขาก็ไปฝากงานไว้ที่ร้านขายยางรถยนต์”


“ทำงานมา 10 กว่าปี เจ๊เขาใช้ไปร้านตัดชุด ไปเห็นเขาทำชุดสวยมาก เลยอยากทำ ก็ถามเขาว่า รับสอนไหม เขาบอกรับสอนค่ะ ค่าสอน 8,000 เมื่อ 30 ปีที่แล้ว …ได้เงินโบนัสมาจ่ายค่าเรียนตัดผ้า แต่ยังเรียนไม่จบ บังเอิญเป็นไทรอยด์ พอผ่าตัดไทรอยด์มาปุ๊บ ทำงานหนักไม่ไหว ก็เลยมาหัดซ่อมผ้าเล็กๆ น้อยๆ พอได้กินได้อยู่ไป (ถาม-รายได้ดีไหมตอนนั้น?) ตอนนั้นก็พอพยุงครอบครัวได้ เริ่มเลี้ยงหลานตัวน้อยที่น้องสาวเอามาให้เลี้ยง”


ปัจจุบัน ป้ากุ้งพักอาศัยอยู่กับหลานสาวที่ห้องเช่าแห่งนี้ ซึ่งเป็นหลานที่ป้าเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก เมื่อหลานมีลูก ป้าก็ยังช่วยดูแลลูกของหลานทั้ง 2 คน โดยมีแม่วัยชราและน้องชายที่ป่วยติดเตียงให้ดูแลด้วยเช่นกัน


“น้องชาย อายุ 53 ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ซีกซ้ายทั้งแขนและขาใช้การไม่ได้ แต่ข้างขวายกมือได้นิดหน่อย (ถาม-เขามีครอบครัวไหม?) ไม่มี สมัยก่อนอยู่แบบเร่ร่อนทั่วไป รับจ้างตัดหญ้าบ้างเล็กๆ น้อยๆ พอมีรายได้นิดหน่อย พอป่วยเป็นสโตรก และล้ม ก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย หลังจากเขาป่วย ก็พาเขาไปรักษา พอออกจาก รพ. ป้าก็ขออนุญาตหลานสาวให้มาพักอยู่ที่นี่ด้วย เพื่อป้าจะได้ดูแลได้”


ไม่ใช่แค่น้องชายที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง แต่แม่ก็ป่วยด้วยโรคเดียวกัน โชคดีที่แม่อาการดีขึ้นแล้ว

“(ถาม-ปีนี้แม่อายุเท่าไหร่แล้ว?) แม่อายุ 78 (ถาม-สุขภาพท่านเป็นยังไงบ้าง?) ก็รักษาลิ่มเลือดสมองตีบมา 2 ปี ตอนนี้ดีขึ้น เพราะทำกายภาพ ทุกวันนี้ก็พูดยังไม่ค่อยชัด ลิ้นยังแข็งอยู่ เคยล้มมา 3 ครั้ง และติดเตียงอยู่ประมาณ 8-9 เดือน หลังจากนั้นพาทำกายภาพตลอด”


ขณะที่คุณยายอัมพร พันธ์พิมาย แม่ของป้ากุ้ง วัย 78 พูดถึงสุขภาพของตนเองในขณะนี้ว่า“มีอาการมึนงงและปวดหัวบ่อย และลิ้นแข็ง เวลาพูดไม่ค่อยชัด ขาเดินไม่ปกติ เพราะไปผ่ากระดูกหัวเข่ามา แขนขามีชาบ้าง แต่เบาลงเยอะ เวลาทำอะไร ถ้ายกหรือถือของหนักๆ มันจะร่วง”


ลำพังดูแลน้องชายที่ป่วยติดเตียงก็หนักแล้ว แต่ป้ากุ้งยังมีน้าชายหรือน้องของแม่ป่วยติดเตียงอีกคนที่ป้าต้องเทียวไปดูแลวันละหลายรอบ เพราะพักอยู่คนละที่


“น้องชายของแม่อยู่อีกบ้านหนึ่ง ที่ต้องวิ่งไปดูวันหนึ่ง 4 รอบ เขาเป็นโรคขากล้ามเนื้ออ่อนแรง และล้มเหมือนกัน (ถาม-แล้วทำไมเป็นหน้าที่ป้าต้องไปดูแล เขาไม่มีครอบครัวหรือ?) ไม่มีครอบครัว และไม่มีใครเลย สมัยก่อนเขาอยู่กับยายทวด พอยายทวดตาย เขาก็ไม่มีใคร (ถาม-เขาช่วยเหลือตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน?) ไม่ได้เลย”


“(ถาม-แล้วที่อยู่ที่น้าพักเป็นของใคร?) เป็นบ้านเช่า เช่าให้เขาอยู่ (ถาม-เท่ากับมีภาระค่าใช้จ่ายที่ป้าต้องหามาใช้ให้?) ใช่ (ถาม-ค่ากินด้วย?) ใช่ (ถาม-แล้วเวลาหาหมอ?) หาหมอก็เรียกรถ 1669 มารับไปส่ง แต่ถ้าหมอนัด ต้องหารถไปเอง”


ทั้งดูแลผู้ป่วย ทั้งทำงาน กว่าจะได้พักผ่อนก็ดึกดื่นเที่ยงคืน!

“เช้ามาตี 5 หรือตี 5 ครึ่ง ตื่น พอ 6 โมงเช้า ต้องเตรียมข้าวปลาอาหาร ให้เด็กนักเรียนกับคนป่วยกับแม่ พอให้ข้าวให้น้ำเขาเสร็จ ส่งเด็กนักเรียนเสร็จ กลับมาทำงาน ที่รับงานไว้ และเช้าเที่ยงเย็น ดูแลคนป่วยตามเวลา บ่ายสามโมงครึ่งรับนักเรียนกลับบ้าน เตรียมข้าวปลาอาหารให้เขา และมาทำงานต่อ เย็นไปดูคนป่วยต่อ กลับมาทำงานถึงดึก เวลา 1 ทุ่มถึงเที่ยงคืน เป็นเวลาที่เราต้องลุยงานให้เสร็จ ให้ทันเวลา เช้ามาลูกค้ามารับงาน เราจะได้ตังค์มาใช้จ่าย”


“(ถาม-การที่เราต้องดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยและเด็ก ค่อนข้างใช้เวลา มันกระทบกับการหารายได้ของเราไหม เพราะเราทำงานได้ไม่เต็มที่?) ใช่ เวลามันถอยลงไปเยอะ ไม่เหมือนเมื่อก่อน 2 ปีมานี้ ต่อสู้อะไรเยอะมาก เพราะเมื่อปี 67 รักษาแม่มาทั้งปีเลย พอ 68 แม่เริ่มดีขึ้น มารักษาน้องต่อ พอมา 69 มีน้าชายเพิ่มอีก”


“(ถาม-ฟังดู สถานการณ์ทุกวันนี้ถือว่าหนักมาก?) ค่ะ อายุเรามากขึ้นด้วย และเริ่มถอย ตอนนี้ก็รักษาโรคประจำตัวคือ ไทรอยด์กับความดัน ไทรอยด์ตอนนี้ดีขึ้น หมอสั่งพักยาแล้ว และรักษาความดันต่อ แต่ไม่มีเบาหวาน ความดันอย่างเดียว อาจจะมาจากพักผ่อนน้อย และเป็นโรคปวดขา”


ด้านคุณยาย แม่ของป้ากุ้ง ยอมรับว่า ป้ากุ้ง ลูกสาวเป็นหลักที่ดีให้กับครอบครัว “แกทำทุกอย่าง ทำเพื่อแม่เพื่อน้อง และน้องชายยายอีกคน แกทำให้ทุกอย่าง ดูแลทุกคน (ถาม-ได้คุยกับป้ากุ้งบ้างไหม ที่เห็นเขาต้องรับผิดชอบดูแลทั้งหลานและคนป่วย?) เขาก็บอกว่า ก็สู้กันไปแม่ ทำยังไงได้ มีอย่างเดียวต้องสู้”


“(ถาม-ดูจากภาระและความรับผิดชอบของป้าทุกวันนี้ ถือว่าเยอะและหนัก?) ต้องใช้สมองกับหัวใจทำงานพร้อมกัน ให้อยู่รอดไปในแต่ละวัน ต้องจัดสรรเวลาใน 1 วันให้ได้ และต้องกลับมาทำงานให้ทันค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายสำคัญมาก (ถาม-รายจ่ายหลักเป็นเรื่องอะไรบ้าง?) รายจ่ายหนักๆ เลยแพมเพิส แผ่นกันชื้น ทิชชู่แห้ง ทิชชู่เปียก ทิชชู่แห้งสำหรับคนป่วยขับเสมหะ เพราะเขาจะมีเสมหะเยอะ ต้องใช้ทิชชู่แห้ง ก็ซื้อวันเว้นวัน ส่วนทิชชู่เปียกก็ใช้เช็ดทำความสะอาดคนป่วยทั้ง 2 บ้าน (ถาม-ทุกวันนี้ครอบครัวประสบปัญหาอะไรมากที่สุด?) ปัญหาภาระค่าใช้จ่าย”


แต่ละวันที่ผ่านไป เวลาของป้ากุ้งหมดไปกับการดูแลทุกคนในบ้าน รวมถึงดูแลน้าชายที่อยู่อีกบ้าน พอมีเวลา ก็ต้องรีบเย็บผ้า เพื่อให้ทันส่งลูกค้า ดึกดื่นแค่ไหน ป้าก็ยังคงนั่งทำงานไปเรื่อยๆ ด้วยหวังว่า รุ่งเช้า เมื่อลูกค้ามารับผ้า ป้าก็จะมีเงินมาดูแลทุกคนในบ้านต่อไป ...ชีวิตของป้ากุ้ง ไม่เคยคิดหรือหวังว่าความสุขของตัวเองคืออะไร แค่ได้เห็นแม่สบายใจ ไม่เครียด ไม่เจ็บป่วยอีก ก็ดีใจมากแล้ว


หากท่านใดต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของป้ากุ้งในการดูแลแม่ น้องชาย และน้าชายที่ป่วยติดเตียง โอนไปได้ที่ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี นางสาวสุกฤตา ประทุมแสง เลขที่บัญชี 020-279-534-968

คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“เธอผู้เป็นที่พึ่ง”
https://youtu.be/EkbbnHUvAcc


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos