หน่วยงานกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตของออสเตรเลียระบุในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ว่าได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับแพลตฟอร์มส่งข้อความ Telegram แล้ว เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าล้มเหลวเรื่องจัดการกับโพสต์ที่สนับสนุนการก่อการร้าย
สำนักงานคณะกรรมการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต (eSafety Commissioner) ระบุว่าได้เริ่มดำเนินการหลังจากที่ Telegram ล้มเหลวในการลบวิดีโอการประหารชีวิตผู้ก่อการร้ายและกราดยิงหมู่
“คดีนี้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับการกระทำรุนแรงสุดโต่งที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในไครสต์เชิร์ชและบัฟฟาโล” จูลี อินแมน แกรนต์ คณะกรรมการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต ระบุในแถลงการณ์
“เนื้อหานี้ยังคงเข้าถึงได้บนบริการ หลังจากที่ Telegram ได้รับการแจ้งเตือนแล้วเป็นเวลานาน”
แถลงการณ์ของสำนักงานฯ ระบุว่า การไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานของออสเตรเลีย อาจส่งผลให้มีโทษปรับทางแพ่งสูงถึง 54.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
โฆษกของ Telegram ตอบคำขอความคิดเห็นว่า "เราปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้และจะต่อสู้คดีในศาล"
โฆษกฯ กล่าวเสริมว่า ความพยายามต่อต้านการก่อการร้ายของ Telegram นั้นเป็นที่ประจักษ์ เพียงแค่ในปี 2026 ปีเดียว ก็มีการบล็อกชุมชนหัวรุนแรงมากถึงหลายพันรายบนแพลตฟอร์ม
ในเอกสารที่ยื่นต่อศาล eSafety ระบุว่า ผู้ใช้ Telegram ในออสเตรเลียได้ร้องเรียนไปยังแพลตฟอร์มเกี่ยวกับการพบเห็น 12 โพสต์ ที่มีเนื้อหาสนับสนุนการก่อการร้าย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2025 รวมถึง 3 โพสต์ที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย แต่แพลตฟอร์มล้มเหลวในการลบ 10 โพสต์ หรือระงับหรือบล็อกบัญชีที่โพสต์เนื้อหาดังกล่าว
Telegram เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดในโลก โดยมีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 1 พันล้านคน ตามข้อมูลของบริษัท
พาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้งซึ่งเกิดในรัสเซีย ได้ออกจากรัสเซียในปี 2014 และย้ายตัวเองและบริษัทไปอยู่ที่ดูไบในปี 2017
แพลตฟอร์มนี้ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสงครามของรัสเซียในยูเครน และถูกใช้งานอย่างกว้างขวางโดยเจ้าหน้าที่ในมอสโกและเคียฟ
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา รัสเซียได้ตั้งข้อหาดูรอฟในข้อหาอำนวยความสะดวกในการก่อการร้าย โดยกล่าวหาว่าแอปดังกล่าวถูกใช้โดยสายลับยูเครนในการวางแผนโจมตีภายในรัสเซีย
ที่มา รอยเตอร์